“ช่วงสองสามวันนี้ฉันวิ่งไปหลายที่ นายสบายดีไหม?” ไช่จิ้นถามพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
“นัดกับผู้อำนวยการเว่ยเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
การปรับโครงสร้างโรงงานผลิตไฟแช็กประจำอำเภอเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก ได้ยินว่ามีนักธุรกิจเอกชนจากเมืองเวินเฉิงมารับช่วงกิจการ
เป็นไปตามที่ไช่จิ้นพูดไว้ตอนนั้น โรงงานผลิตไฟแช็กประจำอำเภอมีพนักงานถูกเลิกจ้างแค่สิบกว่าคน
ส่วนคนอื่นยังคงทำงานอยู่ทั้งหมด สำหรับเว่ยเจี้ยวชาง เพราะก่อนการปรับโครงสร้างเขาจัดทำรายงานข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตอนนี้จึงถูกย้ายไปทำงานที่คณะกรรมการกำกับดูแลและบริหารทรัพย์สินของรัฐ แถมยังได้เป็นรองผู้อำนวยการคณะกรรมการฯ ประจำอำเภอด้วย
หวังเสี่ยวลี่ช่วยติดต่อเว่ยเจี้ยวชางให้เขา
อย่างไรเสียทั้งคู่เคยติดต่อกันแค่ครั้งเดียว จึงต้องให้หวังเสี่ยวลี่ช่วยเป็นคนกลางประสานงาน
หวังเสี่ยวลี่ดูผิดหวังเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน “ทำไมในใจนายมีแต่งานล่ะ?”
“อะไรนะ?”
“อ๋อ ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”
“ได้”
ไช่จิ้นยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนรับจักรยานจากมือหวังเสี่ยวลี่
หวังเสี่ยวลี่นั่งเอียงอยู่บนเบาะหลังของจักรยาน ก้นกลมกลึงยกขึ้นนิด ๆ
เธอเขินอายอยู่หน่อย ๆ ก่อนลองโอบเอวไช่จิ้นอย่างหยั่งเชิง
ต้นไม้สองข้างทางแห้งโกร๋น ถนนเก่ามีคนขายมันเทศเผาตะโกนเรียกลูกค้าอยู่ไม่น้อย อากาศเย็นลงมาก บนถนนมีเพียงเสียงกระดิ่งจักรยานดังแว่วเป็นครั้งคราว
นี่คือยุคสมัยที่ดีที่สุด
หวังเสี่ยวลี่พันผ้าพันคอสีขาว นั่งเงียบ ๆ อยู่ด้านหลัง
