“แก...!”
“เพียะ!”
ลูกน้องคนหนึ่งของเถ้าแก่วังเห็นไช่จิ้นวางท่ากร่างขนาดนี้ ยังพูดไม่ทันจบประโยค
จี้หยวนก็พุ่งเข้าไปตบหน้าเขาฉาดใหญ่
ไช่จิ้นบอกแล้วว่าให้จัดการได้เต็มที่ จี้หยวนจึงไม่คิดออมแรง
เสียงดังโครม ลูกน้องคนนั้นทนแรงตบไม่ไหว ล้มลงหมดสติทันที
ลูกน้องคนอื่นเตรียมจะลงมือ แต่ถูกเถ้าแก่วังตะโกนห้ามไว้ “ทุกคนหยุดอยู่ตรงนั้น!”
คนเหล่านั้นจึงหันไปมองจี้หยวน แล้วชี้หน้าเขาพร้อมส่งสายตาข่มขู่อย่างดุดัน
การตบครั้งนี้ทำให้จางรุ่ยหลงกับพวกยืนอึ้งไปด้วย
ช่วงตรุษจีน เฝิงฮ่าวตงเคยเล่าว่าบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างไช่จิ้นคนนี้ฝีมือดีมาก แต่เห็นกับตาครั้งนี้ถึงได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริง
ตบทีเดียวก็ทำคนสลบได้ ใครเห็นก็อดหวาดหวั่นไม่ได้
เมื่อมองไปทางไช่จิ้นอีกครั้ง ก็เห็นรอยยิ้มมั่นใจเต็มใบหน้า จางรุ่ยหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างเขา
ผู้จัดการร้านอาหารวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา
ดูเหมือนจะสนิทกับเถ้าแก่วังมาก ด้านหลังยังมีพนักงานเสิร์ฟตามมาหลายคน
พอเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ทำหน้าบึ้งแล้วเอ่ยว่า “เถ้าแก่วัง เกิดอะไรขึ้นหรือครับ ต้องการให้ช่วยไหมครับ”
เถ้าแก่วังตอบว่า “ไม่ต้อง พวกคุณกลับไปก่อน”
ผู้จัดการร้านขมวดคิ้ว มองไช่จิ้นกับจางรุ่ยหลง
จากนั้นก็หันไปพูดกับเถ้าแก่วังว่า “ได้ครับ ถ้ามีอะไรเรียกพวกเราได้เลย ผมอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้านหน้า”
ก่อนจากไป เขายังปรายตามองไช่จิ้นอย่างไม่เป็นมิตร
พอเขาเดินไปแล้ว เถ้าแก่วังก็มองไช่จิ้น “บอกชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนสิ จะได้รู้ว่านายเป็นใครมาจากไหน”
