“ไอ้ล่อดื้อด้านเอ๊ย ทำไมแกถึงดื้อกับฉันขึ้นมาด้วย?”
เจี่ยงเจิ้งหมิงโมโหจนแทบคุมตัวเองไม่อยู่
ภรรยาของเหอเจิงเป่ารีบวิ่งออกมาจากห้องครัว “เกิดอะไรขึ้นน่ะ เหล่าเจี่ยง เมื่อกี้ยังดื่มเหล้ากันดี ๆ อยู่เลย ทำไมจู่ ๆ ถึงทะเลาะกันล่ะ”
เจี่ยงเจิ้งหมิงยังโมโหอยู่ นิ้วสั่นระริกพลางชี้ไปที่ประตูห้อง
“พี่สะใภ้ ผมนับถือจริง ๆ ที่อยู่กับคนแบบนี้มาได้ทั้งชีวิต ไอ้ล่อหัวแข็งแบบนี้ ใครจะทนนิสัยเขาไหว!”
ดูเหมือนภรรยาของเหอเจิงเป่าจะชินกับการเห็นทั้งคู่ทะเลาะกันแล้ว
เธอกลับหัวเราะคิกออกมา “เขาหัวแข็งก็จริง แล้วนายไม่ใช่คนที่คอยช่วยเขามาตลอดหรอกหรือ?”
“ถ้าตอนนั้นนายไม่ออกหน้ารับรอง แถมช่วยอธิบายให้ ไอ้ล่อหัวแข็งนี่คงนอนอยู่ในคุกอย่างสงบไปแล้วไม่ใช่หรือไง?”
“ฉันว่านะ เรื่องนี้ต้องโทษนาย ตอนนั้นนายไปรับรองให้เขาทำไม ปล่อยให้ทางการจับเขาเข้าคุกไปก็จบแล้ว เราสองคนจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจ”
เจี่ยงเจิ้งหมิงยังคิดไม่ตก ท้ายที่สุดก็หมดอารมณ์จะดื่มเหล้า ลุกขึ้นแล้วพูดกับประตูใหญ่ “ฉันบอกแกนะ เจ้าของกิจการเอกชนจากเมืองเซินคนนั้นได้ที่ดินไปกว่าพันหมู่ เตรียมสร้างโรงงาน”
“เอกสารที่เกี่ยวข้อง ทางเมืองเซินส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลกลางแล้ว ทางเมืองหลวงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก”
“ถ้าทางเมืองหลวงอนุมัติโครงการเมื่อไร แล้วแกยังทำตัวแบบนี้ คนที่จะมาหาแกก็ไม่ใช่อาจารย์หลิวแล้ว แต่เป็นคนจากเมืองหลวง”
“ของสิ่งนั้นไม่ใช่ของแก แต่เป็นของประเทศ แกจะเอาแต่ดื้อดึง ไม่ยอมปรับเปลี่ยน แล้วเก็บมันไว้ไม่ยอมเอาออกมาไม่ได้”
