“ออกจากอำเภอหยวนหลี่เหรอ?”
สองสามีภรรยาหวังเหลียงกังชะงักไป ก่อนจะมองหวังเสี่ยวลี่ลูกสาวของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
หวังเสี่ยวลี่เองก็ใจหายวาบ แต่ก้มหน้ากินข้าว ไม่ได้พูดอะไร
“ตอนนี้โรงงานเหล้ากำลังไปได้สวยไม่ใช่เหรอ ได้ยินว่าผลิตไม่ทันความต้องการของตลาด แล้วทำไมถึงจะออกจากโรงงานตอนสำคัญแบบนี้ล่ะ?”
หวังเหลียงกังไม่เข้าใจเลยจริง ๆ
ไช่จิ้นยิ้มบาง ๆ “ลูกผู้ชายต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง เกิดมาในยุคที่ดี แถมยังอยู่ในวัยที่ดีที่สุด ถ้าไม่ออกไปลองผิดลองถูกบ้าง ในใจก็คงไม่สบายใจอยู่ตลอด”
“พอปีใหม่ผ่านไป ผมก็จะออกไปทำธุรกิจแล้ว”
หวังเหลียงกังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึก
“เข้าใจได้ ตอนนั้นฉันเองก็เพราะไม่อยากอยู่เฉย ๆ ถึงได้มาอยู่ในอำเภอเหมือนกัน”
“แล้วคิดจะออกไปทำอะไรล่ะ?”
ไช่จิ้นครุ่นคิด แต่ก็ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจนนัก เพราะถ้าเล่าเรื่องที่วางแผนไว้ในหัวให้สองสามีภรรยาฟัง พวกเขาก็คงไม่เข้าใจ หรือไม่ก็คิดว่าไช่จิ้น ลูกชายคนเล็กของไช่หมิงกั๋วเสียสติไปแล้ว
เก็งกำไรใบรับรองสิทธิ์จองซื้อหุ้น? ขายเครื่องบินต่อ? เล่นหุ้น?
ช่องทางสร้างความร่ำรวยที่คนรุ่นหลังพูดถึงกันไม่หยุดในยุคนี้ คงมีคนเข้าใจอยู่ไม่กี่คน
ไม่อย่างนั้นหัวเซี่ยคงมีโหมวฉีจงเต็มไปหมด
หลังจากเปลี่ยนเรื่องคุยไปแล้ว ไป๋ชุนเยี่ยนซึ่งแทบไม่ได้พูดอะไรเลยก็มีสีหน้าลังเลขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เธอเอ่ยอย่างลำบากใจว่า “เสี่ยวจิ้น ช่วงนี้ได้เจอแม่หรือเปล่า?”
ไช่จิ้นตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่เจอครับ”
“อ้อ แล้ว...คิดยังไงกับเรื่องแม่ล่ะ? หลายปีมานี้ที่จริงเธออยู่ในอำเภอหยวนหลี่มาตลอด รู้หรือเปล่า?”
