หลังพูดจบ ไช่จิ้นก็หันไปมองเหอจวี๋ซิ่วที่อยู่ข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว
หลิวเต๋อกังหัวเราะเสียงดัง “จะเป็นไปได้ยังไง เสี่ยวจิ้น มีอะไรก็พูดมาเลย”
ท่าทางหัวเราะร่วนของเขา หากมองเผิน ๆ ช่างเหมือนหลิวชิ่งเหวินราวกับถอดแบบกันมาไม่มีผิด
ทุกครั้งก่อนหลิวชิ่งเหวินจะเข้าไปร้านทำผม ก็ทำหน้าแบบนี้ไม่ใช่หรือไง?
ไช่จิ้นกลืนน้ำลาย สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนเอ่ยว่า “คำพูดของลิงน้อยคือแบบนี้ครับ เงินให้แม่เก็บไว้”
“ห้ามผ่านมือพ่อเด็ดขาด ไม่งั้นพ่อคงเอาไปใช้จ่ายในร้านทำผมจนหมดแน่”
ปากของหลิวเต๋อกังค่อย ๆ อ้ากว้างขึ้น
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ยังไม่ทันได้เห็นสีหน้าของเหอจวี๋ซิ่ว ภรรยาของเขา หูของหลิวเต๋อกังก็ถูกเหอจวี๋ซิ่วบิดขึ้นมาเสียก่อน
เหอจวี๋ซิ่วรวบรวมพลังจากชีวิตหลายสิบปี ตะโกนกรอกหูเขาว่า “หลิวเต๋อกัง แกมันเดรัจฉานชัด ๆ!”
“อย่าเพิ่งสิ จวี๋ซิ่ว อย่าเพิ่งลงไม้ลงมือ ใจเย็นก่อน ลูกเราเป็นคนยังไง เธอไม่รู้หรือไง”
“นี่เขากำลังเบี่ยงเบนความขัดแย้งทางชนชั้นในบ้านเรานะ!”
……
ไช่จิ้นไม่ได้อยู่บ้านตระกูลหลิวนานนัก
ช่วงหลายวันต่อมา สองสามีภรรยาหลิวเต๋อกังมาที่บ้านพวกเขาแทบทุกครั้งที่ว่าง
มาช่วยทำโน่นทำนี่บ้าง
ทั้งคู่รู้แก่ใจดี หากไม่มีไช่จิ้น ด้วยนิสัยของลูกชายพวกเขา ป่านนี้คงหาเมียไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องร่ำรวย
คนในชนบทซื่อสัตย์จริงใจ พวกเขาเองก็ไม่รู้จะแสดงความขอบคุณอย่างไร สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือช่วยครอบครัวไช่ทำงานบ้าง
ไม่กี่วันต่อมา โรงงานเหล้าก็หยุดงาน คนหมู่บ้านเตาหัวที่ทำงานในโรงงานบางคนมานั่งเล่นไพ่ที่บ้านไช่ยามว่าง
