ไช่จิ้นยิ้มพลางลุกขึ้นยื่นมือเชื้อเชิญ “ของพวกนี้ลูกน้องผมจัดการกันเอง ยินดีต้อนรับครับ”
หลังจากเมื่อวานหลวี่เหลียงได้รู้เรื่องที่ไช่จิ้นทำมาบ้าง ท่าทีที่เคยเคลือบแคลงและระแวดระวังเขาก็เปลี่ยนไป
หลวี่เหลียงยิ้มขื่นพลางจับมือ “เมื่อวานคุณมู่เล่าเรื่องของคุณให้พวกเราฟัง ผมถึงได้เข้าใจว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า”
“คุณไช่ ดีใจที่คุณสละเวลาอันมีค่ามาคุยกับผมครับ”
ทั้งสองทักทายกันตามมารยาทก่อนนั่งลง
ไช่จิ้นสั่งให้พนักงานด้านนอกชงชาเข้ามาให้หนึ่งถ้วย จากนั้นก็เข้าเรื่องทันที
เหตุใดหลวี่เหลียงถึงมาเยือนกะทันหัน? ที่จริงก็เพราะอยากฟังความเห็นของไช่จิ้นเกี่ยวกับเผิงเจี้ยนตง
เขาเป็นคนแผ่นดินใหญ่ ส่วนเผิงเจี้ยนตงเป็นคนแรกในตลาดหุ้นหัวเซี่ยที่แต่งบัญชีการเงินเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์
เรื่องที่เขาทำ ประกอบกับเหตุการณ์ 810 เมื่อปีก่อน ทำให้ผู้ใหญ่ระดับสูงหันมาทบทวนความวุ่นวายในตลาดหุ้นอย่างจริงจัง และท้ายที่สุดก็ประกาศใช้กฎหมายหลักทรัพย์
พูดให้ตรงก็คือ เขาไม่ค่อยไว้ใจเผิงเจี้ยนตงนัก
หลังจากคุยกันมาพักหนึ่ง ไช่จิ้นก็เอ่ยอย่างมั่นใจสบาย ๆ “นายก็เป็นผู้ค้ำประกันให้เขาด้วยเหรอ?”
หลวี่เหลียงรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง “นี่แหละคือสิ่งที่ผมกลัวที่สุด”
“พูดตามตรง ปีที่ผ่านมา ผมอยู่เมืองหลวงมาตลอด และตั้งบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนขึ้นมา”
“ผมเคยเขียนบทความและจัดบรรยายเกี่ยวกับตลาดหุ้นอยู่บ้าง ในแวดวงนี้ นามแฝงว่าคุณเคก็พอมีคนเชื่อถือ”
“เผิงเจี้ยนตงฉลาดที่มาชวนผมเป็นที่ปรึกษา เพราะผมใช้ชื่อคุณเคช่วยดึงดูดเจ้าสัวได้มากมาย แม้แต่สถาบันต่าง ๆ ก็ยังได้ โดยทั้งหมดใช้ชื่อเสียงของผมเป็นหลักประกันความน่าเชื่อถือ”
