“จัดการอะไร จัดการกับผีน่ะ ออกเงินเองสิ”
เฝิงฮ่าวตงพูดห้วน ๆ ออกมาตรง ๆ
ไช่จิ้นเห็นท่าทางขุ่นเคืองของเขา ก็อดหัวเราะไม่ได้ “พี่ตง นี่ความเกลียดชังที่ชนชั้นกรรมาชีพมีต่อทุนนิยมอันชั่วร้ายยิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีกแล้วนะ”
เฝิงฮ่าวตงอดบ่นพึมพำไม่ได้ เริ่มพูดโน่นพูดนี่อีกครั้ง
เขาเป็นเจ้าพ่อจากทางใต้ มีเครือข่ายเส้นสายกว้างขวางมาก แต่ก็จำกัดอยู่แค่ในประเทศ
แม้จะเริ่มทำธุรกิจเก็งกำไรผิดกฎมาตั้งแต่ช่วงปี 1970 แต่ก็เป็นเพราะความจำเป็นในการดำรงชีวิต ไม่ได้หมายความว่าเฝิงฮ่าวตงไม่รักชาติ
เขามีคุณสมบัติบางอย่างร่วมกับโหมวฉีจง แม้จะเคยถูกจัดการหลายครั้งเพราะปัญหายุคสมัยและสถานการณ์บ้านเมือง แต่เขาไม่ได้เกลียดชังใคร ตรงกันข้าม เขากลับรักประเทศนี้ยิ่งกว่าเดิม
ธุรกิจส่วนใหญ่ของเขาจึงอยู่ในประเทศ และแทบไม่เดินทางไปต่างประเทศ
การไปยุโรปครั้งนี้ทำให้เขาได้เห็นสภาพต่างประเทศอย่างลึกซึ้ง
หยิ่งยโส ไร้มารยาท แถมยังมีอคติต่อคนหัวเซี่ยอย่างมาก
ความรู้สึกนั้นเหมือนคนเมืองที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร จู่ ๆ ก็เห็นชาวนามอมแมมเดินผ่านอยู่ข้างตัว แล้วมักจะมองด้วยสายตาดูแคลน
เฝิงฮ่าวตงไปที่ไหนในประเทศก็มีแต่คนต้อนรับด้วยดอกไม้และเสียงปรบมือ ได้รับการยกย่องเป็นแขกคนสำคัญทั้งนั้น
เขาจึงเกลียดความรู้สึกแบบนี้มาก
ไช่จิ้นไม่ได้พูดอะไรมาโดยตลอด
แต่สุดท้ายเขาก็ยิ้ม “พวกเขาจะดูถูกเราก็ไม่เป็นไร ต่อไปเราจะทำให้พวกเขาเจ็บใจเอง”
เฝิงฮ่าวตงสงบลงไม่น้อย เขามองไช่จิ้นอย่างไม่เข้าใจ “เสี่ยวจิ้น นายกำลังวางแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศหรือเปล่า?”
