เหอข่ายได้สติจากความหวาดกลัวเมื่อครู่แล้ว กลับมามั่นใจเหมือนเมื่อก่อน
เขาหันไปมองอีกฝ่าย “นายคงไม่กล้าลงมือกับฉันจริง ๆ หรอกมั้ง?”
ที่แท้หลังจากไช่จิ้นปิดประตูเมื่อครู่ เขาไม่ได้ลงมือต่อยเหอข่ายเลย
เอาแต่เค้นถามกัวหมิงฮ่าวว่าทำไมถึงใส่ร้ายเขา
วิธีการโหดเหี้ยมมาก เขาหักนิ้วที่กัวหมิงฮ่าวใช้ชี้หน้าไช่จิ้นจนงอ
เพราะอย่างนั้น แม้เหอข่ายจะกลัว แต่ก็คิดว่าไช่จิ้นคงไม่กล้าลงมือกับเขาอยู่ดี
ยังไงฉันก็เป็นลูกชายคนหนึ่งของเจ้าของโรงงาน
เมื่อกี้ไม่มีใครอยู่ นายยังไม่กล้าทำอะไรฉัน ตอนนี้มีทั้งคนงานตั้งมากมายกับคนฝ่ายรักษาความปลอดภัยอยู่ด้วย
นายยังกล้าลงมือกับฉันอีกเหรอ?
ไช่จิ้นยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วลุกขึ้นยืน
เฉินนีรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงรีบเอ่ยว่า “ไช่จิ้น อย่าหุนหันพลันแล่น คุยกับฉันให้รู้เรื่องก่อน อย่าลงมือ”
สายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งของไช่จิ้นพลันจับจ้องเฉินนี
“ฉันโตมาในชนบท คนชนบทไม่สนเหตุผล รู้แค่ว่าถ้าใครตบหน้าฉัน ฉันก็ควรตบกลับสักฉาด”
“คำขอโทษที่ฟังดูไร้น้ำหนักและเต็มไปด้วยความเสแสร้งแบบนั้น พวกเราไม่เคยยอมรับ”
“เขาตบหน้าพี่ชายฉันโดยไม่มีเหตุผลสักนิด ฉันก็ควรตบ...”
“พี่จิ้น คนที่โดนตบคือผมเอง ไม่ต้องให้พี่ลงมือ ผมจะทวงศักดิ์ศรีคืนด้วยตัวเอง!”
หลิวซั่นที่เงียบมาตลอดพลันลุกพรวด พุ่งไปหาเหอข่าย เงื้อมือฟาดเพียะเข้าใส่จนเหอข่ายเซถลาไปกระแทกประตูเหล็ก
