สีหน้าของไช่หมิงกั๋วพลันหม่นคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็ยังขมวดคิ้วพูดว่า “ช่างเถอะ ฉันบอกแล้วว่าโรงงานเป็นของลูกชาย ฉันตัดสินใจแทนเขาไม่ได้”
“ถ้าเขาตกลง ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไร นายไปคุยกับเขาเองเถอะ”
เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ไช่หมิงกั๋วก็ยกแก้วบนโต๊ะขึ้นดื่มอึกใหญ่ด้วยสีหน้าหนักใจ
เพื่อนร่วมงานสองสามคนที่อยู่ข้าง ๆ พากันปลอบให้เขาทำใจให้สบาย
เมื่อได้คำตอบจากไช่หมิงกั๋วแล้ว หลิวอวี้เจียงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นจึงเดินไปหาไช่จิ้นกับหลิวชิ่งเหวินที่ริมบ่อน้ำ
ทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องหลังปีใหม่
พอหลิวชิ่งเหวินเห็นผู้ใหญ่บ้านเดินมา ก็รีบลุกขึ้นทัก “อ้าว พี่เจียงมาแล้วเหรอ”
“พี่เจียงมีธุระอะไรเหรอ?”
หลิวอวี้เจียงได้ยินคำเรียกนั้นแล้วหนวดแทบตั้งด้วยความโมโห
ตาเฒ่านี่ก็ชอบดื่มอยู่เหมือนกัน ครั้งหนึ่งมีคนในหมู่บ้านจัดงานเลี้ยงแต่งงาน
เขาดื่มกับหลิวชิ่งเหวินจนเมามาย แล้วพูดขึ้นว่าตัวเองดูบันทึกตระกูลมาแล้ว
บอกว่าบ้านหลิวชิ่งเหวินกับบ้านเขามีบรรพบุรุษคนเดียวกัน พอดื่มมากเข้าก็พูดจาไม่รู้เรื่อง
ยังบอกอีกว่าตามลำดับอาวุโส เขากับหลิวชิ่งเหวินเป็นคนรุ่นเดียวกัน
นับแต่นั้นมา ไม่ว่าหลิวชิ่งเหวินจะอยู่ที่ไหน ขอแค่เห็นผู้ใหญ่บ้านหลิว ก็จะตะโกนทักจากไกล ๆ ว่า “สวัสดีครับพี่!”
ทุกครั้งทำเอาหลิวอวี้เจียงโมโหจนไม่พูดไม่จาไปครึ่งค่อนวัน
เขาเตะก้นหลิวชิ่งเหวินเข้าให้ “ไสหัวไปให้พ้น วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์มานั่งเล่นมุกกับแก”
หลิวชิ่งเหวินหน้าหนาเป็นทุนเดิม ได้แต่หัวเราะคิกคักแล้วลุกหลบไป
