เจิ้งเหลียนซานกับหลิวอี้เชียนต่างคิดไม่ถึงว่าไช่จิ้นจะโยนคำถามนี้ออกมา
ไช่จิ้นเห็นทั้งคู่มีสีหน้าไม่เข้าใจ จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “พูดกันตรง ๆ เลยนะครับ คุณเจิ้ง ทรัพยากรในแวดวงนี้ของคุณเป็นประโยชน์กับเรา ผมคิดว่าเราร่วมมือกันแล้วต่างก็ไปได้ไกล”
ในเวลานี้ ธุรกิจนำเข้าและส่งออกเป็นวงการที่อ่อนไหวมาก บริษัทเอกชนไม่มีสิทธิ์แตะเค้กก้อนนี้ ต่อให้คิดอยากทำก็ต้องอาศัยบริษัทอื่นเป็นฉากหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่เข้าใจวงการการค้าภายในประเทศแล้วกระโดดเข้าไปทำโดยไม่ระวัง ก็อาจถูกคนจับผิดจนโดนป้ายสีว่าเป็นพวกค้าของเถื่อน
ไช่จิ้นต้องการสร้างธุรกิจที่โปร่งใสและปลอดภัย ประสบการณ์ ความช่ำชอง ความเข้าใจนโยบายในวงการ รวมถึงเครือข่ายของเจิ้งเหลียนซาน จะช่วยให้เขาหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวได้มาก
นี่คือเหตุผลที่ไช่จิ้นชวนเขามาร่วมงาน และเขาก็ไม่ได้ปิดบังอะไร
เจิ้งเหลียนซานนิ่งเงียบ มองไช่จิ้นพลางยกแก้วน้ำขึ้นมาจ่อริมฝีปากอย่างเชื่องช้า
“คุณไช่ ผมขอถามแผนของคุณหน่อยได้ไหม”
เห็นได้ชัดว่าเจิ้งเหลียนซานเริ่มสนใจแล้ว
ไช่จิ้นยิ้ม พลางชี้ไปยังตึกสูงระฟ้าของกั่งเฉิง ซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของอ่าวเซินไห่ นอกบานกระจกสูงจรดพื้น
“นั่นคือศูนย์กลางการค้าของเอเชียทั้งทวีป เราอยู่ฝั่งตรงข้าม ใครบ้างไม่อยากไปปักหลักสร้างฐานที่นั่น?”
จากนั้นไช่จิ้นก็เล่าแผนคร่าว ๆ
ธุรกิจหลักในขั้นต่อไปของการค้าหัวเซิ่งอาจเป็นการค้ารถยนต์
หลังจากปฏิรูปและเปิดประเทศมาสิบกว่าปี ในประเทศก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ร่ำรวยขึ้นก่อนแล้ว
คนกลุ่มนี้เริ่มไม่พอใจกับของจำเป็นสามอย่างที่เคยใฝ่ฝัน หันไปอยากได้รถยนต์ โทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่ และของราคาแพงอื่น ๆ
