ทางไช่จิ้น
ในที่สุดบทสนทนาของทั้งคู่ก็จบลง
ไช่จิ้นมองแผลถลอกตรงคอของจี้หยวน “หนักไหม? เดี๋ยวไปโรงพยาบาลหน่อยหรือเปล่า?”
จี้หยวนยิ้ม “ไม่เป็นไรพี่จิ้น แค่ถลอกนิดเดียวเอง”
“อืม เมื่อกี้จัดการคนไปตั้งเยอะเลยเหรอ?”
จี้หยวนเกาหัวอย่างเขิน ๆ “แค่ห้าหกคนเอง”
“ห้าหกคน?” เสิ่นเจี้ยนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามตกใจ มองจี้หยวนเหมือนเห็นผี
“นายเป็นพระนักบู๊ที่เฝ้าภูเขาของวัดผู่ถัวจริง ๆ ด้วยแฮะ”
จี้หยวนพยักหน้า
เสิ่นเจี้ยนคิดครู่หนึ่ง “แล้วมีพี่น้องร่วมสำนักคนไหนอยากสึกอีกไหม?”
“ช่วยติดต่อให้ฉันสักคนสิ บอกพวกเขาว่าตามฉันมา มีสาวสวยก็ได้สาวสวย มีของกินก็ได้ของกิน”
จี้หยวนรีบประนมมือ “อมิตาภพุทธ บาปแล้ว บาปแล้ว พวกเราเป็นชาวพุทธ ไม่ข้องแวะกับสตรี”
ไช่จิ้นยิ้ม “หัวโบราณจริง”
“เอาละพี่เจี้ยน พระจะออกจากวัดง่าย ๆ ที่ไหน เขาออกมาขายใบรับรองสิทธิ์จองซื้อหุ้น เลยโดนขับออกจากวัดต่างหาก โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีทุกวันนะ”
เสิ่นเจี้ยนยังไม่ยอมแพ้ “ถ้ามีพี่น้องร่วมสำนักคนไหนอยากลงมาใช้ชีวิตทางโลก อย่าลืมโทรบอกฉันล่ะ”
“ไปกันเถอะไช่จิ้น ลงไปจัดการเรื่องรถของนายกัน”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นเจี้ยนหายวับ เหลือแต่ความหงุดหงิด
ตอนฟู่เทากับอีกคนออกไปเมื่อครู่ เขาก็สังเกตเห็นแล้ว
แต่เสิ่นเจี้ยนรู้จักฟู่เทาดี จึงรู้ว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ไปไหนแน่
เรื่องนี้ยังไม่จบ
ไช่จิ้นไม่พูดอะไร เดินตามหลังไป
