เมื่อความรุ่งเรืองจางหาย สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือธาตุแท้ของคน
นับตั้งแต่เข้าทำงานในรัฐวิสาหกิจ คุณไป๋ก็รู้สึกมาตลอดว่าตัวเองมีราศีจับ
พฤติกรรมแบบคนที่เดิมเป็นลูกหลานชาวนา พอถีบตัวเองพ้นจากชีวิตเกษตรกรได้แล้ว กลับหันมาดูแคลนคนทำไร่ทำนาเสียเอง ปรากฏให้เห็นในตัวเธออย่างชัดเจน
แต่แสงประกายที่ฉาบอยู่บนตัวเธอนั้น เกิดจากเสน่ห์ส่วนตัวจริงหรือ?
ก็แค่ตำแหน่งที่เธอเคยนั่งเป็นที่หมายปองของผู้คนเท่านั้น
นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนของคนที่เข้าใจผิดว่าความสำเร็จขององค์กรเป็นความสามารถของตัวเอง
ในที่สุดตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่า เมื่ออยู่ต่อหน้ากฎหมายและคนบางกลุ่ม
เธอเป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทร เป็นแค่หมากตัวเล็ก ๆ ในสายตาคนพวกนั้น
หากอีกฝ่ายคิดจะทอดทิ้งเธอเมื่อไร
เมื่อนั้นก็ถึงวันตายของเธอ
หลังคำพิพากษาถูกประกาศ ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างามเปล่งประกายและมองลูกน้องไม่ต่างจากหมูหมา ก็ได้รับผลกรรมและพบจุดจบในที่สุด
ตำรวจศาลใส่กุญแจมือให้เธอ พอรู้ผลตัดสิน ขาของเธอก็อ่อนจนยืนไม่ไหว
สุดท้ายตำรวจศาลต้องประคองเธอออกจากห้องพิจารณาคดี
…
ด้านนอกศาล
ไช่จิ้นกับหวังสือนั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ทั้งคู่กินไปคุยไป
หวังสือขมวดคิ้วแน่นตลอด เล่าถึงปัญหาหลายอย่างของว่านเค่อ
ว่านเค่อก่อตั้งขึ้นในปี 1984 แต่ตอนนี้ก็ผ่านมาถึง 7 ปีแล้ว
มีธุรกิจทำเงินมากเกินไป จนว่านเค่อทำกิจการหลากหลายไปหมด
อีกอย่าง หวังสือก็มีความทะนงตัวแบบลูกหลานผู้มีอิทธิพล
เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินเป็นพิเศษนัก ตอนปรับโครงสร้างกิจการจึงยอมสละหุ้นว่านเค่อไปไม่น้อย
