ใบหน้าเล็กเรียวของหวังเสี่ยวลี่ผลิบานราวดอกไม้ท่ามกลางสายลมหนาวของฤดูใบไม้ผลิ แก้มเจือความเขินอาย ทั้งยังมีความยินดีแบบสาวน้อยซ่อนอยู่เต็มเปี่ยม
เธอวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาอย่างรวดเร็ว สายลมพัดผ่านใบหน้างามล่มเมือง ดวงตา คิ้ว จมูก และริมฝีปากที่งดงามไร้ที่ติชวนให้คนมองหลงใหล
พอวิ่งมาถึง เธอก็ไม่กล้าสบตาไช่จิ้น ได้แต่โอบกอดเขาเบา ๆ
เธอไม่กล้ากอดเขาแน่นนัก
แต่ไช่จิ้นอารมณ์ดีจนรวบตัวเธอเข้ามากอดแน่นทันที
หวังเสี่ยวลี่ซึมซับความรู้สึกที่ถูกอ้อมแขนใหญ่แข็งแรงโอบล้อมอย่างเงียบ ๆ
ผ่านไปนาน เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า “ฉันแทบหายใจไม่ออกแล้ว”
ไช่จิ้นถึงได้รู้ตัวว่ากอดแน่นเกินไป จึงคลายแขนออก
เขาจัดผมหน้าม้าที่ปรกหน้าผากให้เธอ “หนาวไหม?”
หวังเสี่ยวลี่กะพริบตากลมโตอย่างสดใส “ไม่หนาว เสื้อผ้าอุ่นมากเลย”
ความงามของหวังเสี่ยวลี่ทำให้จี้หยวนที่อยู่ด้านหลังตะลึงไปพักใหญ่
ในหัวมีแต่ประโยคเดียวที่บรรยายได้ว่า “ทำไมเธอสวยกว่ายัยมารร้ายนั่นตั้งเยอะเนี่ย”
“มิน่าล่ะ หลิวชิ่งเหวินถึงพูดอยู่เสมอว่าพี่เสี่ยวลี่สวยที่สุด”
ตอนนั้นหวังเสี่ยวลี่ก็เพิ่งสังเกตเห็นเขา
เธอปล่อยไช่จิ้นแล้วถามว่า “นายเป็นจี้หยวน บอดี้การ์ดของเสี่ยวจิ้นใช่ไหม?”
จี้หยวนถึงได้สติ รีบตอบว่า “ใช่ครับ สวัสดีครับพี่เสี่ยวลี่”
หวังเสี่ยวลี่อดมองรอยจุดศีลบนศีรษะเขาไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “นายเป็นพระจริง ๆ ด้วยแฮะ”
ไช่จิ้นหัวเราะ “ถ้าไม่ใช่พระจริง แล้วจะเป็นพระปลอมเหรอ? บอกไปตั้งหลายครั้งแล้วก็ยังไม่เชื่อ”
