ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันต่อ
โรงกลั่นเหล้ารายใหญ่ไม่เพียงทุ่มโฆษณาถล่มตลาดกันอย่างหนัก ในแวดวงตัวแทนจำหน่ายก็แย่งชิงกันดุเดือดไม่แพ้กัน
สถานการณ์ในส่วนนี้จึงไม่ค่อยสู้ดีนัก
แถมพวกเขายังออกนโยบายส่วนลดสารพัดเพื่อจูงใจให้สั่งสินค้า ตัวแทนจำหน่ายจะไม่หวั่นไหวได้ยังไง?
กำไรสูง แถมโฆษณาของคุณยังสร้างภาพจำให้แบรนด์ได้อีก
ตัวแทนจำหน่ายไม่สนหรอกว่าเหล้าของพวกคุณจะดีหรือเปล่า พวกเขาสนแค่กำไรเท่านั้น
เพราะอย่างนั้น โรงกลั่นเหล้าต้าวเซียงจึงเชิญตัวแทนจำหน่ายนอกเขตหัวหนานมา แต่มีคนตอบรับเพียงไม่กี่ราย
ไช่จิ้นจมอยู่ในห้วงความคิด
เดิมทีเขาคิดว่าหลังโรงงานสาขาเมืองเซินของโรงกลั่นเหล้าต้าวเซียงเปิดทำการ สิ่งที่ปล่อยออกมาน่าจะเป็นไพ่เด็ดคู่
แต่กลายเป็นว่าเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ตลาดอันซับซ้อน ไพ่เด็ดในมือกลับกลายเป็นไพ่สามข้าวหลามตัดไปเสียอย่างนั้น
จะพลิกสถานการณ์จากปากเหวได้ยังไง?
เห็นไช่จิ้นนิ่งเงียบอยู่นาน จางอ้ายหมิงจึงถามขึ้นว่า “ไช่จิ้น นายมีวิธีดี ๆ ไหม?”
เจิ้งจินกัวยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างร้อนใจแล้วพูดว่า “คุณไช่ ผมว่าน่าจะเริ่มลงโฆษณาก่อนนะครับ แล้วต้นทุนของโรงกลั่นก็สูงเกินไป ต้องลดลงด้วย”
“ผมคิดว่า...”
“นายหมายถึงว่าเราก็เอาเหล้ากลั่นดั้งเดิมมาเจือจางด้วยน้ำเหมือนกันงั้นเหรอ?” ไช่จิ้นเงยหน้าถาม
เจิ้งจินกัวยิ่งอึดอัดใจ รีบตอบว่า “ก็เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ครับ”
“วิธีหมักเหล้าของโรงกลั่นเหล้าต้าวเซียงเก่าแก่เกินไป แถมยังยืนกรานจะใช้ข้าวเปลือกอีก ต้นทุนจะสูงขนาดไหนกัน”
“ต่อให้ทำสงครามโฆษณา ก็ต้องลดต้นทุนลงก่อนค่อยว่ากัน”
