เมื่อเดินออกจากห้อง ไช่หมิงกั๋วก็ซื้อกับข้าวกลับมาแล้ว ในมือยังถือหนังสือพิมพ์หยวนหลี่ฉบับเช้าที่เพิ่งซื้อมา
เขาขมวดคิ้วนั่งอยู่หน้าโต๊ะ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงตะโกนเรียกไช่จิ้นที่กำลังล้างหน้าอยู่ทางนั้นว่า “เสี่ยวจิ้น มานี่หน่อย”
ในครัว หวังเสี่ยวลี่กับไช่ฟางยกบะหมี่ที่ลวกเสร็จแล้วมาวางบนโต๊ะ
ไช่ฟางมองไช่หมิงกั๋วอย่างสงสัย “พ่อ มีอะไรเหรอ”
ไช่หมิงกั๋วพูดอย่างกลุ้มใจ “ไม่รู้ใครเอาเรื่องเสี่ยวจิ้นไปลงหนังสือพิมพ์ แถมยังเขียนเรื่องของบ้านเราลงไปด้วย”
“ขอดูหน่อย” ไช่ฟางรับหนังสือพิมพ์มาอย่างสงสัย
หวังเสี่ยวลี่แจกตะเกียบไปพลาง อ่านพาดหัวข่าวไปพลาง “เรื่องราวการเติบโตเบื้องหลังไช่จิ้น นักธุรกิจดีเด่นแห่งอำเภอหยวนหลี่”
เนื้อหาไม่ต้องพูดถึง ก็เป็นข้อมูลที่ไช่จิ้นเขียนให้เหยาซุ่นเหนียนเมื่อวานนั่นเอง
คร่าว ๆ คือเรื่องที่แม่ของไช่จิ้นรังเกียจว่าครอบครัวยากจน จึงทอดทิ้งลูกทั้งสามคนไปแต่งงานกับพนักงานโรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในอำเภอหยวนหลี่ เพื่อแสวงหาความสุขที่ตัวเองต้องการ
แถมยังเน้นเรื่องแม่ของเขาเป็นพิเศษ
ทั้งชื่อและที่อยู่ของกัวหรูเฟิ่ง เติ้งอันจื้อ และครอบครัวของเติ้งเทาถูกเปิดเผยอย่างไม่ปิดบัง
ยังเขียนอย่างละเอียดอีกว่า ครอบครัวเติ้งเทาคิดจะอาศัยกัวหรูเฟิ่งฮุบหุ้นของโรงกลั่นเหล้า
ท้ายข่าวยังทิ้งประโยคไว้อย่างไม่ไว้หน้า “วัยเด็กอันแสนเจ็บปวดและยากจนเช่นนี้เอง ที่หล่อหลอมให้ไช่จิ้นมุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง กล้าเข้ารับช่วงโรงกลั่นเหล้ารัฐวิสาหกิจของหมู่บ้านที่ใกล้จะปิดตัว จนเกิดเป็นเหล้าหลี่ไป๋น้อยในวันนี้”
