“นีนี ที่นี่วุ่นวายขนาดนี้ เธอกลับไปที่ออฟฟิศเถอะ...”
“วุ่นวายตรงไหน?” เฉินนีสวนเหอข่ายกลับทันควัน
เธออยากสวนอีกประโยคด้วยซ้ำ
ต่อให้วุ่นวายแค่ไหน นี่ก็เป็นโรงงานที่พ่อของเราสองคนร่วมกันก่อตั้งไม่ใช่หรือไง?
นี่เป็นกิจการของตัวเองแท้ ๆ ยังทำท่ารังเกียจ เห็นได้ชัดเลยว่าปกตินายบริหารโรงงานยังไง
อยากให้รองเท้าไม่เปื้อนโคลนสักนิด แต่กลับต้องดูแลไร่นาทั้งผืน แบบนั้นเป็นไปได้หรือไง?
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเอือมระอาเหอข่ายขึ้นมา เมื่อก่อนยังไม่รู้สึกแบบนี้ เพราะคิดว่าเขาเป็นพี่ชายคนโตของตัวเอง
เขามักทำตัวเป็นผู้ใหญ่ต่อหน้าเธอเสมอ แต่ตอนนี้มองยังไงก็เห็นว่าไร้เดียงสาสุด ๆ
ที่ไม่ได้พูดประโยคนั้นออกไป ก็เพราะมีพนักงานโรงงานอยู่ตั้งมากมาย เธอเลยไว้หน้าเขาสักหน่อย
เหอข่ายถูกตอกจนพูดไม่ออก ราวกับถูกดันไปติดเพดาน
ผู้บริหารคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ รีบช่วยแก้สถานการณ์ “คุณชายเหอ ผมพาไปดูทางโน้นนะครับ ตรงนั้นยังมีงานอีกหลายอย่างที่รอให้คุณช่วยแนะนำ”
“คุณหนูเพิ่งมาที่โรงงานได้ไม่กี่วัน อยากรู้ขั้นตอนการผลิตสินค้าของโรงงานก็เป็นเรื่องปกติครับ”
ผู้บริหารคนอื่น ๆ ก็ได้สติ รีบประจบสอพลอเหอข่ายกันยกใหญ่ ช่วยหาทางลงให้เขาสารพัด
เหอข่ายคิดไปเองว่าพฤติกรรมต่าง ๆ ของเฉินนีเป็นเพราะเธอยังไม่รู้จักโต
สุดท้ายเขาพูดว่า “กลับออฟฟิศเร็วหน่อยนะ เดี๋ยวเที่ยงนี้เราไปกินข้าวด้วยกัน”
