รถจี๊ปแล่นออกจากเส้นทางพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ของสถานีปักกิ่ง มุ่งตรงไปยังสถาบันสื่อสาร
โจวเจิ้นปังนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ เขาหันตัวมาจ้องหลินหย่วนอยู่นาน
“นายไม่เบาเลยนะ”
“ไปโรงงานเหล็กอันกังมาไม่พอ ยังเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กขึ้นเป็นสองเท่าได้อีก”
“ก่อนกลับยังแวะร่างแผนปรับปรุงให้กระทรวงรถไฟด้วยหรือ?”
หลินหย่วนยิ้มน้อย ๆ “พอตื่นเช้ามาก็นึกขึ้นได้ เลยลองวาดดูนิดหน่อย”
“วาดดูนิดหน่อย?” โจวเจิ้นปังเบิกตา “วาดนิดหน่อยแล้วทำเอาผู้อาวุโสหลิวตกใจขนาดนั้นได้ด้วยหรือ?”
“ฉันบอกเลยนะ เมื่อกี้เขามองนายเหมือนเห็นพระโพธิสัตว์มีชีวิตเลย”
หลินหย่วนโบกมือ “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”
“ฉันแค่ชี้แนวทางให้เท่านั้น ส่วนงานวิจัยและพัฒนาจริง ๆ พวกเขาต้องทำกันเอง”
โจวเจิ้นปังส่ายหน้า วิศวกรใหญ่หลินคนนี้ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือถ่อมตัวเกินไป
“จริงสิ” โจวเจิ้นปังหยุดยิ้มแล้วพูดเรื่องงาน “ช่วงที่นายไม่อยู่เดือนกว่า ๆ ความคืบหน้าของสถาบันไม่น้อยเลย”
“ทางสถาบันสื่อสาร อัตราผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านมาตรฐานคงที่เกิน 95% แล้ว แถมยังทำเครื่องรับส่งวิทยุสื่อสารกับต้นแบบสถานีวิทยุเสร็จแล้วด้วย”
“ส่วนสถาบันปืนใหญ่ ปืนต่อสู้อากาศยานสองลำกล้องแบบปี 1951 ผ่านการรับรองแบบอย่างเป็นทางการแล้ว ตอนนี้ผลิตได้เดือนละ 50 กระบอก”
“ชนวนระเบิดเมื่อเข้าใกล้เป้าหมายก็คืบหน้าเร็วมาก เพราะกระบวนการผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาไปอีกขั้น คาดว่าอีกไม่กี่วันก็น่าจะได้เห็นตัวอย่างแล้ว”
“ทางสำนักงานเตรียมการรถถัง เครื่องยนต์ดีเซลกำลัง 500 แรงม้าก็ประกอบขั้นสุดท้ายเสร็จก่อนเทศกาลตรุษจีนแล้ว แต่ความแข็งแรงของเสื้อสูบยังไม่ค่อยได้เรื่อง กลัวว่าทดสอบเครื่องแล้วจะแตกร้าว เลยยังปรับปรุงกระบวนการผลิตกันอยู่”
“เฉินเต๋อหมิงกลุ้มทุกวัน อยากส่งโทรเลขมาหานาย แต่ก็กลัวจะรบกวนงานที่นายทำอยู่ทางโน้น”
พอได้ยินเช่นนั้น หลินหย่วนก็ยกมือขึ้นนวดขมับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เขาเองที่อธิบายไม่ชัด เจตนาของเขาคือใช้เครื่องยนต์ของรถถังที-34 จากสหภาพโซเวียตเป็นต้นแบบเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตเสื้อสูบให้สำเร็จ อย่างไรเสียในเมื่อระบบมีของที่ดีกว่า ใครจะไปใช้ของล้าสมัยแบบนั้นกัน
