ป้อมปราการหมายเลข 95-27 ส่วนลึกที่สุดของคลังใต้ดิน
ไฟไร้เงาในเขตประกอบชิ้นส่วนความแม่นยำสูงเปิดสว่างทั้งหมด ส่องพื้นที่จนไร้เงาแม้แต่น้อย
คนสิบกว่าคนล้อมเครื่องจักรสีเทาขนาดมหึมาไว้ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
เครื่องจักรตัวนั้นยาวกว่าสองเมตร สูงกว่าหนึ่งเมตร รางเลื่อนถูกขัดจนเรียบลื่นราวกับใช้เป็นกระจกได้ บนพื้นผิวมีจุดเล็ก ๆ จากการขูดแต่งด้วยมือกระจายอยู่เต็มไปหมด คนในวงการเรียกสิ่งนี้ว่า “จุดลายดอก”
หลินหย่วนยืนอยู่ข้างเครื่องจักร จ้องแบบแปลนที่กางอยู่ จู่ ๆ ก็จามเสียงดัง
เฉินเถี่ยจู้ที่กำลังนั่งยอง ๆ เช็ดมีดขูดอยู่ข้าง ๆ รีบเงยหน้าขึ้น “คุณหลิน เป็นหวัดหรือครับ?”
หลินหย่วนถูจมูกแล้วยิ้ม “ไม่เป็นไร สงสัยมีคนกำลังพูดถึงฉันอยู่”
เฉินเถี่ยจู้หัวเราะคิกคักตามไปสองที
พอหัวเราะเสร็จ สายตาก็กลับไปจับจ้องเครื่องจักร สีหน้าพลันเคร่งขรึมอีกครั้ง
“คุณหลิน เหลือขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ”
“พอติดตั้งเพลาหลักเสร็จ เครื่องจักรแม่ตัวนี้ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์”
คนรอบข้างต่างกลั้นหายใจ ทุกคนรู้ดีว่าเครื่องจักรแม่ตัวนี้มีความหมายอย่างไร
พูดง่าย ๆ ก็คือ “เครื่องจักรที่ใช้ผลิตเครื่องจักร”
ถ้าอยากผลิตเครื่องกลึง ก็ต้องมีเครื่องจักรที่แม่นยำกว่าเครื่องกลึงไว้กลึงชิ้นส่วนของมัน
ถ้าอยากผลิตเครื่องเจียระไน ก็ต้องมีเครื่องจักรที่แม่นยำกว่าไว้เจียระไนรางเลื่อนของมัน
ฟังเผิน ๆ เหมือนติดอยู่ในวงจรไม่มีที่สิ้นสุด คล้ายปัญหา “ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน” แต่ประวัติศาสตร์การปฏิวัติอุตสาหกรรมก็เป็นเช่นนี้จริง ๆ เริ่มจากใช้สองมือกับเครื่องมืออย่างง่ายสร้างเครื่องจักรต้นแบบที่ “ยังไม่แม่นยำพอ” ขึ้นมาก่อน แล้วใช้มันผลิตเครื่องจักรที่แม่นยำยิ่งกว่า ทำเช่นนี้วนไปเรื่อย ๆ เพื่อยกระดับ
