เจียงชิงลีแทบจะผุดลุกขึ้นยืน สีหน้าแข็งค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เธอคิดว่าตัวเองตาฝาดไป
เจียงเฉินจะไปรู้จักกับคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ซูเจิ่นเยว่ ได้ยังไงกัน!?
เขาก็เป็นแค่นักศึกษาหนุ่มใสซื่อที่ยังไม่เคยก้าวเข้าสู่สังคมไม่ใช่เหรอ?
เธอรู้จักซูเจิ่นเยว่คนนี้ดี ในแวดวงนี้อีกฝ่ายขึ้นชื่อเรื่องรักความสะอาดและอารมณ์ร้าย
เจียงเฉินถึงกับประคองเธอด้วยงั้นเหรอ?
เธอเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ใบหน้างดงามค่อย ๆ หม่นคล้ำลงทีละน้อย
ดีนี่ เขาเริ่มปิดบังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าเขาจะรู้จักใคร กินอะไร หรือแม้แต่เดินผ่านเส้นทางไหน เขาก็อยากเล่าให้เธอฟังอย่างละเอียดทุกเรื่อง
แต่ตอนนี้…เขากลับเริ่มปิดบังเธอแล้วงั้นเหรอ?
เจียงชิงลีจ้องคนทั้งสองตรงหน้าประตูเขม็ง แม้แต่แม่ของเจียงเฉินเรียกเธอ เธอก็ยังไม่ได้ยิน
ในตอนนั้นเอง เจียงเฉินกับซูเจิ่นเยว่ก็เดินเข้ามาในงานแล้ว
ทันทีที่ทั้งสองเดินเข้ามา ดวงตาของเจียงเฮ่าเทียนที่เฝ้ารอซูเจิ่นเยว่อย่างกระวนกระวายก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“เจิ่นเยว่!”
“เจิ่นเยว่! ดีจังเลย ฉันนึกว่า…เธอจะไม่มาเสียแล้ว”
ดวงตาของเจียงเฮ่าเทียนแดงก่ำ แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เขาไม่สนใจสายตาแปลก ๆ ของคนรอบข้าง พลางก้าวฉับ ๆ ไปหาซูเจิ่นเยว่ แล้วเอื้อมมือจะไปจับมือเธอ
เห็นภาพตรงหน้า เจียงเฉินก็อดกลอกตาไม่ได้
พี่ชาย นี่ฝีมือจีบสาวแบบนี้ยังไม่พ้นหมู่บ้านมือใหม่เลยหรือไง?
คนอื่นเขาไปถึงไหนกันแล้ว แต่นายเพิ่งเริ่มหัดกินนมเนี่ยนะ? อย่างน้อยก็ต้องขอโทษขอโพยอย่างซาบซึ้งสักหน่อยสิ แค่นี้ยังคิดจะง้อแสงจันทร์ขาวให้กลับมาอีกเหรอ?
เจียงเฉินมองเจียงเฮ่าเทียนที่ยังอ่อนหัด แล้วเผยสีหน้าราวกับกำลังบอกว่าเด็กคนนี้สอนไม่ได้เสียแล้ว
