บทที่ 1 วันแรกของการทำงาน ฉันแบกประธานอัมพาตหนีออกจากบ้านผีสิง
เดือนตุลาคม เมืองหมิงเฉิง ภูเขาเสวี่ยหลิง
ปีนี้ฤดูหนาวมาเยือนเร็วกว่าปกติ บนภูเขามีหิมะโปรยปรายเล็กน้อยแล้ว
เสิ่นหล่านเยว่แบกเป๋าใบน้อยของตัวเอง ทำท่าคารวะแบบกำปั้นต่อประสานมือให้กับอาจารย์ที่กำลังทำท่าทางกระปรี้กระเปร่า คุยโทรศัพท์โม้กับเหล่าศิษย์พี่ชายทั้งหลาย
“อาจารย์ขอรับ ครอบครัวข้าล้มละลายแล้ว ข้าขอลงเขาไปหางานทำเพื่อกอบกู้ตระกูลใหญ่ของข้าล่ะนะ ลาก่อน!”
อาจารย์หูตึงเล็กน้อย “บ้านเจ้าร่ำรวยแล้วนี่ ลงเขาไปสืบทอดกิจการครอบครัว รังเกียจข้าที่มันจนแถมยังจะมาถ่มน้ำลายใส่ข้าด้วย?”
เสิ่นหล่านเยว่หัวเราะออกมาทีหนึ่ง แล้วชี้ไปที่หัวของตัวเอง “อาจารย์ ข้าด่าท่านว่าท่านมันแก่หัวหงอกแล้วต่างหาก”
อาจารย์เดือดดาล กระโจนเข้าใส่ด้วยฝีเท้าที่คล่องแคล่วว่องไว ยกมือขึ้นท่าใช้ฝ่ามือฟาดฟันลงมาใส่เสิ่นหล่านเยว่
เสิ่นหล่านเยว่รู้ดีว่าเขาจะมาไม้เด็ดนี้ จึงหลบไปด้านข้าง แล้วหันหลังวิ่งแจ้นหนี “รู้อยู่แล้วว่าท่านไม่ได้หูหนวก พอเจอคำถามที่ตอบยากก็ไม่ตอบอีกแล้ว แต่ตอนที่ข้าด่าท่านดันได้ยินเฉยเลย?”
อาจารย์มองดูเงาหลังของศิษย์ตัวน้อยที่ห่างออกไป เขยิบหนวดพลางส่ายหัว ยกนิ้วขึ้นมาคำนวณคร่าว ๆ “ดาวหงหลวนของอาจิ่วขยับแล้ว ลงเขาไปอาละวาดกับพรหมลิขิตของเจ้าเถอะ”
เสิ่นหล่านเยว่ฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก พอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ย้ายขึ้นไปอยู่บนเขาแบบถาวร ทุกวันไปหยอกล้อนก พาหมาเดินเล่น จับลิงเล่นสนุกกับอาจารย์ ชีวิตเรื่อยเฉื่อยชิล ๆ ไม่รู้ว่าสบายขนาดไหน
ทว่า ผ่านไปเพียงสามเดือน บริษัทเสิ่นซื่อ กรุ๊ป ก็ล้มละลาย เพราะพ่อของเธอบริหารงานผิดพลาด ถูกพวกคนชั่วหลอกลวง
คฤหาสน์หลังใหญ่ที่บ้านถูกอายัดไปแล้ว พ่อแม่ต้องวิ่งวุ่นหาทุกทางเพื่อหาทางกอบกู้ขึ้นมาใหม่
ส่วนน้องชาย เสิ่นไจซิง ก็กระโจนเข้าวงการบันเทิง ไปเริ่มงานเป็นตัวประกอบเพื่อหาเงิน เขาว่ากันว่าเพราะหน้าตาดีเกินไป เมื่อวานเพิ่งได้รับบทเป็นนายแบบที่มีโอกาสได้เปิดหน้า ได้ค่าเล่นฉากละ 500!
แม้แต่เธอยังอิจฉาเลย
เสิ่นหล่านเยว่ลงจากเขา ได้รับข้อความจากเพื่อนซี้ ถังเหมียนเหมียน
ถังเหมียนเหมียนส่งข้อความรับสมัครงานเป็นสิบข้อความมาให้เธอ
1. รับสมัครคุณหนูเสิ่นเป็นเมียน้อย เดือนละห้าหมื่น ข้อกำหนดคือต้องนอนด้วยอาทิตย์ละสามครั้ง ต้องพร้อมเมื่อเรียกหา และต้องเอ็นเตอร์เทนเพื่อน ๆ ของฉันด้วย แต่ราคานั้นคิดแยกต่างหาก
2. รับสมัครคุณหนูเสิ่นเป็นพนักงานทำความสะอาด ข้อกำหนดคือต้องเช็ดทำความสะอาดห้องน้ำให้ฉันทุกวัน ต้องมานวดเท้าให้ฉัน ร้องเพลงกล่อมให้ฉันหลับ เงินเดือนละหมื่นห้า มีประกันเจ็ดอย่าง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกสอง
3. รับสมัครคุณหนูเสิ่นเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ข้อกำหนดคือตอนกลางคืนต้องปรนนิบัติแบบใกล้ชิดตัว เงินเดือนละสองหมื่นเจ็ด มีประกันห้าอย่าง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกสามอย่าง
“……”
หลังจากนั้นก็มีอีกเจ็ดแปดข้อความ เป็นข้อเสนอจากพวกคุณชายในแวดวงตระกูลใหญ่เมืองหมิงเฉิงและพวกที่ร่ำรวยมาใหม่ แต่ก่อนสู้ตระกูลเสิ่นไม่ได้
พอตระกูลเสิ่นตกต่ำ พวกนี้ก็พากันเหยียบซ้ำ
ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้เสิ่นหล่านเยว่ตีจนทั่ววงการคุณหนูไม่มีใครสู้ได้ละ
ถังเหมียนเหมียนส่งสัญลักษณ์แสดงความตะลึงมา “อาจิ่ว ศัตรูของเธอนี่… เยอะมากเลยนะ พวกนั้นซ้ำเติมดูถูกเธอ จะบังคับให้เธอขายตัวเลยนะเนี่ย”
เสิ่นหล่านเยว่หยิบซาลาเปาไส้เนื้อที่อาจารย์นึ่งเมื่อเช้าออกมาจากกระเป๋า ซึ่งเธอขโมยติดมือมาตอนลงเขา กัดเข้าไปหนึ่งคำ “เพื่อภารกิจกอบกู้ตระกูลใหญ่ จะให้ขายตัวข้าก็ไม่เห็นเป็นไร”
ถังเหมียนเหมียน: “?”
เสิ่นหล่านเยว่: “ก็แค่ให้มาน้อยเกินไป มันดูถูกใครอยู่เนี่ย ถ้าไม่ได้จริง ๆ ฉันจะไปโชว์ทุบอกทลายหินตามตรอกซอกซอย กลับหัวสระผม หลินไต้ยวี่ถอนต้นหลิวกลับหัว หลู่จื้อเชินกลั้นใจฝังดอกไม้ร้องไห้ดีไหม?”
ถังเหมียนเหมียนส่งข้อความประกาศรับสมัครมาให้อีกอัน “น้องไจซิงก็เคยเรียนวรยุทธ์กับเธอมาสองปีนี่นา นี่มีงานเงินเดือนสูงให้เขาไปลองดูไหม เดือนละหนึ่งแสน มีประกันเจ็ดอย่าง กองทุนสามอย่าง อยู่ครบสามเดือนมีโบนัส”
“เดือนละหนึ่งแสน?”
เสิ่นหล่านเยว่ตาเป็นประกาย “อะไรจะดีขนาดนี้ จะให้ไปให้ตาน้องข้าทำไมให้มันเปลือง น้องข้ามันจะทำได้เรอะ ให้ฉันเลยดีกว่า”
ถังเหมียนเหมียนรู้ว่าเธอจะต้องถามแบบนี้ จึงส่งเสียงอัดมาอธิบาย “ฉันก็แค่ให้ไจซิงน้องชายไปดู ๆ แหละนะ อีกฝ่ายคือตระกูลฟู่ หนึ่งในตระกูลใหญ่แถวหน้าของเมืองหมิงเฉิง กำลังเปิดรับสมัครบอดี้การ์ดให้ท่านผู้… เอ่อ… เข้าใจหน่า”
“ตระกูลฟู่ไม่ใช่คนขัดสนเงินทอง แต่เพราะสถานการณ์ของท่านนั้นมันพิเศษ ดังนั้น…”
เสิ่นหล่านเยว่กลอกตามองบน “รู้แล้ว ข้าเข้าใจแล้ว เขาเป็นเกย์ แล้วไปเป็นบอดี้การ์ดมันจะทำให้ถูกจับดัดให้งอง่าย ๆ ใช่ไหมล่ะ งั้นยิ่งต้องเป็นพี่สาวไปแทน น้องปลอดภัยแน่นอน หน้าที่ของฉันเอง คุ้มครองน้องชาย!”
พอกินซาลาเปาหมด ก็เก็บมือถือ พลางไปสแกนหาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าริมทาง แล้วขี่มุ่งตรงไปตระกูลฟู่ทันที
ถังเหมียนเหมียน: “……”
ไม่ใช่ไอ้นั่นที่ให้เข้าใจหน่าเฮ้ยเพื่อน!
ณ จวนตระกูลฟู่
“ฉ ฉันมาสมัครเป็นบอดี้การ์ดน่ะ รับที่ไหนคะ?”
เสิ่นหล่านเยว่ยืนหอบแฮ่ก ๆ อยู่ตรงหน้าพ่อบ้านที่กำลังลงทะเบียนอยู่
บ้านรั่วฝนยังซ้ำรั่วอีก สกู๊ตเตอร์มาหมดแบตเอาดื้อ ๆ กลางทางน่ะสิ หาเวลาสแกนสกู๊ตเตอร์คันใหม่ยังไม่ได้เลย วิ่งร้อยเมตรฝ่าเข้ามานี่แหละ
พ่อบ้านตกตะลึงมาก ลุกขึ้นพรวด “เข้ามาทางไหนเนี่ย?”
“ของเราปิดรับสมัครไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วเรียบร้อย แล้วก็เรากำลังหาบอดี้การ์ดส่วนตัวอยู่ ไม่รับผู้หญิงนะครับ ขอบคุณครับ”
เสิ่นหล่านเยว่ขมวดคิ้ว กำหมัดแน่น “แน่ใจนะว่าไม่รับผู้หญิง?”
พ่อบ้านพยักหน้า “ผม…”
ครืน!
โต๊ะที่พ่อบ้านใช้ลงทะเบียนอยู่ตรงหน้าถูกเสิ่นหล่านเยว่ต่อยทะลุเป็นรูจนแตกกระจาย
พ่อบ้านอ้าปากค้างตะลึงงัน
เสิ่นหล่านเยว่กำหมัดไว้ เชิดหน้าขึ้น “รับยังคะ?”
ทำท่ากวน ๆ
พ่อบ้าน: “ไม่รับ!”
เสิ่นหล่านเยว่: “?”
“ท่านอา~”
เสิ่นหล่านเยว่พยายามอ้อนวอน “ขอร้องละค่ะ ขอร้องละ ขอร้องจริงดิ ฉันอยากได้งานนี้มากเลยนะ ที่บ้านมีแม่แก่แปดสิบ แล้วก็น้องชายโง่ ๆ ที่ต้องเลี้ยง กลาง ๆ มีแมวกับหมาอีกอย่างละตัว ถ้าไม่ได้งานนี้ฉันตายแน่”
“จริง ๆ นะ ให้โอกาสฉันสักครั้งเถอะ ฉันสู้ได้สิบคนเลยนะ ฝากท่านประธานฟู่ไว้กับฉัน ท่านคอยจับตาดูให้ดีเถอะ!”
พ่อบ้านพิจารณาเธออย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ก่อนจะให้คำแนะนำอย่างหนักแน่น “คุณหนูครับ การอ้อนวอนน่ะไม่ใช่สไตล์ของคุณเลยนะ คราวหน้าหางานใหม่ลองเปลี่ยนวิธีดูเถอะ”
“ผมช่วยคุณไม่ได้หรอก งั้นเอาแบบนี้ ให้สองร้อยเป็นค่าเดินทางแล้วกัน”
“ฉะ ฉัน…”
เสิ่นหล่านเยว่กำแบงก์แดงในมือแน่น แล้วชำเลืองมองบอดี้การ์ดที่อยู่ข้าง ๆ คิดจะสุ่มเลือกลักไก่ต่อยสักคนเพื่อโชว์พลังการต่อสู้ของตัวเอง
แต่ดันได้ยินใครบางคนกำลังซุบซิบกันด้านนอก “คุณชายใหญ่ยังถูกขังอยู่ในห้องมืดน้อยั่นหรือเปล่า?”
“คุณผู้หญิงบอกไว้เลยนะ ใครพาคุณชายใหญ่ออกมาจากห้องมืดนั่นได้ มีโบนัสให้หนึ่งแสน”
เสิ่นหล่านเยว่ฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก หูดีเป็นพิเศษ ตอนที่ได้ยินคำว่าหนึ่งแสน ดวงตาเปล่งประกายสว่างราวกับลำแสง
“ท่านอาพ่อบ้าน ห้องมืดน้อยอยู่ไหนคะ?”
เสิ่นหล่านเยว่โพล่งถามขึ้นมาทันที
เธอถามแบบกะทันหันมาก พ่อบ้านเลยชี้นิ้วไปตามสัญชาตญาณ “ทางนู้น”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ!”
เสิ่นหล่านเยว่หันหลังแล้ววิ่งแจ้นหนีทันที
พ่อบ้าน: “?”
“คนล่ะ มาจับเธอเดี๋ยวนี้!”
“เธอจะจับตัวคุณชายใหญ่เป็นตัวประกัน”
“แจ้งเหตุ แจ้งเหตุ!”
พ่อบ้านนึกไปเองว่าเสิ่นหล่านเยว่เป็นคนที่ฝ่ายตรงข้ามส่งมา จงใจปะปนเข้าไปในตระกูลฟู่ก็เพื่อจับตัวคุณชายใหญ่ของพวกเขานั่นเอง
ทั่วทั้งจวนตระกูลฟู่ปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด เพราะการบุกรุกของเสิ่นหล่านเยว่
คุณผู้หญิงฟู่รีบพาคนตามมา
เสิ่นหล่านเยว่ใช้ประโยชน์จากทักษะการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วของเธอ กระโดดโลดเต้นไปมาเหมือนลิง หลบหลีกเหล่าบอดี้การ์ดหลายสิบคนที่กำลังไล่ตามต้อนเธอมาได้ปีนกำแพงไปหลายกำแพง เดินไปมาในเส้นทางซ้ำ ๆ อยู่เจ็ดแปดสาย กว่าจะหาห้องมืดน้อยนั่นเจอ
“หยุดนะ!”
เบื้องหลังมีบอดี้การ์ดเป็นสิบ ๆ คนวิ่งไล่ตามมา
เสิ่นหล่านเยว่หันกลับไปมองดู ถ้าช้าอีกเสี้ยววินาทีพวกนั้นก็จะถาโถมเข้ามาหมดแล้ว
คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้าเลย ยกเท้าขึ้น ถีบเข้าไปหนึ่งดอกอย่างแรง
ครืน!
บานประตูของห้องมืดน้อยล้มลงกับพื้นเสียงดังกระหึ่ม จนเหล่าบอดี้การ์ดที่กำลังไล่ตามมาถึงกับต้องหยุดชะงักกันหมด มองเธอด้วยแววตาตะลึงงันจนพูดอะไรไม่ออก
ในเวลานี้ ภายในห้อง ชายผู้หนึ่งบนรถเข็นนั่งอยู่ท่ามกลางแสงเงาสลัว จมอยู่ในสภาวะเหมือนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
ชีวิตเขาเงียบสงบประหนึ่งว่าตายแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กระทั่งถึงชั่วขณะนี้…
จู่ ๆ ก็ถูกขัดจังหวะ
ฟู่เยี่ยนเซินขมวดคิ้ว ไม่แม้จะหันศีรษะมาดู รักษาท่วงท่าเดิมไว้ เอ่ยเสียงเย็นยะเยือกว่า “ไสหัว…”
ยังพูดไม่ทันจบ รถเข็นของเขาถูกใครบางคนเข็นพรวดพราดออกมา
สีหน้าฟู่เยี่ยนเซินเปลี่ยนไป ดุดันตวาดลั่น “แกทำอะไร!”
เสิ่นหล่านเยว่เองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าทายาทของตระกูลฟู่ผู้ยิ่งใหญ่จะเป็น…ผู้พิการทางร่างกายเช่นนี้
เธอไม่ได้ยั้งปากของตัวเอง ปากเร็วไปตามสัญชาตญาณ “ไอ้ง่อยทำมาดนิยายรักบริสุทธิ์?”
ใบหน้าฟู่เยี่ยนเซินเคร่งเครียดเยือกเย็น มือที่วางอยู่บนรถเข็นกำแน่น
ไอ้ง่อย…
เหอะ
นับตั้งแต่เขาประสบอุบัติเหตุ แม้แต่คำว่าขาก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง นับประสาอะไรกับคำว่าไอ้ง่อยสองคำนี้
นี่ศัตรูส่งมาแก้แค้นเขาอย่างนั้นรึ?
“เอาตัวแกไปแลกเงิน!”
ข้างะอะไรยังไงละ เสิ่นหล่านเยว่รู้แต่ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังเข็นอยู่ก็คือเงินสดหนึ่งแสนนั่นแหละ
“ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย ขอถามทางหน่อยว่าไปรับเงินได้ที่ไหนคะ?”
เสิ่นหล่านเยว่เข็นฟู่เยี่ยนเซินออกมาจากห้องมืดน้อย
ส่วนอาการต่อต้านของฟู่เยี่ยนเซินนั้น โทษที เธอไม่ได้ยิน
คุณผู้หญิงฟู่กำลังนำพวกแม่บ้าน บอดี้การ์ด และคนอื่น ๆ มาขวางอยู่ข้างนอก พอเห็นว่าลูกชายถูกผู้หญิงคนหนึ่งพาตัวออกมาโดยเหมือนถูกจับเป็นตัวประกัน ในอกก็เกือบจะหยุดหายใจด้วยความตระหนก ร้องขึ้นมาอย่างร้อนรนว่า “ทะ ทะเลาะอะไรกันดี ๆ ก็ได้นะ อย่าทำร้ายลูกชายฉันเลย”
เสิ่นหล่านเยว่เหลือบมองดูแวบหนึ่ง ดีดนิ้วเปาะ
ได้เรื่องแล้ว คุณนายนี่แหละคนคุมเงิน
เธอรีบเข็นรถเข็นของฟู่เยี่ยนเซินมายังตรงหน้าคุณผู้หญิงฟู่ แล้วส่งมอบฟู่เยี่ยนเซินให้คุณผู้หญิงฟู่ด้วยท่าทางหอบน้อย ๆ “สวัสดีค่ะ พาตัวเขาออกมาจากห้องมืดน้อยได้แล้ว เงินหนึ่งแสน จัดมา!”
คุณผู้หญิงฟู่: “?”
คนอื่น ๆ : “……”
ฟู่เยี่ยนเซิน: “ไสหัว!”
นิยายเรื่องใหม่มาแล้วนะคะ แรงบันดาลใจมาปุ๊บปั๊บ ก็ยังอยู่ในแนวที่ถนัดอยู่นั่นแหละ หวานจี๊ด กวนโอ๊ย บ้าบอคอแตก เปิ่น ๆ… เหล่าแฟนคลับที่คุ้นเคยกันอยู่แล้วมากดติดตามกันได้เลยค่า~