บทที่ 3 มนุษย์เงินเดือน วิญญาณเงินเดือน มนุษย์เงินเดือนอัดนายจ้างวิญญาณหลุด
เสิ่นหล่านเยว่ เจ้าของอารมณ์ฉุนขาด ใช้เท้าเตะรถเข็นของฟู่เยี่ยนเซินจนคว่ำ
รถเข็นล้มคว่ำ ฟู่เยี่ยนเซินกระเด็นลอยออกไป
จังหวะที่ลอยออกไปนั้น ทั้งนายจ้างและลูกจ้างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
มนุษย์เงินเดือน วิญญาณเงินเดือน มนุษย์เงินเดือนอัดนายจ้างวิญญาณหลุด
พอรู้ตัวว่าตัวเองเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน ไม่ใช่คุณหนูตระกูลใหญ่แล้ว เสิ่นหล่านเยว่ก็ชาไปทั้งตัว
ไอ้เท้าเฮงซวย แกแน่จริง ๆ!
คุณหนูเสิ่นไม่เคยโทษตัวเอง ชอบโทษฟ้าโทษดิน โทษเท้าตัวเอง แต่ไม่มีทางโทษตัวเอง
“คุณหนูเสิ่น คุณผู้หญิงสั่งว่า...”
พ่อบ้านรีบร้อนเข้ามา
เสิ่นหล่านเยว่เปลี่ยนสีหน้า พุ่งเข้าใส่ฟู่เยี่ยนเซิน คว้าตัวคนขึ้นมาได้ในพริบตา เปิดโหมดดาราดramaเต็มที่ “ท่านฟู่ คุณชายฟู่ คุณพ่อผู้อุปถัมภ์ ท่านไม่เป็นไรนะครับ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงล้มล่ะ ไอ้รถเข็นนี่มันสมควรตายจริง ๆ!”
ฟู่เยี่ยนเซินหัวเราะเย็น “พาเธอไป...”
เสิ่นหล่านเยว่เอามือปิดปากเขาไว้ ก้มตัวอุ้มคนขึ้นแบกขึ้นชั้นบน “ลุงพ่อบ้าน รอผมสักครู่นะครับ เขาปวดฉี่ ผมพาเขาไปเข้าห้องน้ำก่อน ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลให้ถึงที่สุดแน่นอน!”
ฟู่เยี่ยนเซิน “...”
พ่อบ้าน “...”
พ่อบ้านตกใจรีบวิ่งออกไปรายงานข่าว “คุณผู้หญิง คุณผู้หญิง คุณหนูเสิ่นคนนั้นทุ่มเทเกินไปหรือเปล่าครับ เรื่องเข้าห้องน้ำของคุณชายใหญ่ยังต้องให้เธอดูแล!”
ได้ยินดังนั้น คุณผู้หญิงฟู่ก็อุทาน “ไม่เจอเด็กซื่อสัตย์เชื่อฟังแบบนี้มานานแล้ว เงินก้อนนี้เธอหามายากจริง ๆ”
“งั้นเอาแบบนี้ก่อน เธออย่าเพิ่งเข้าไป เดี๋ยวฉันจะคุยกับเธอเอง แต่ขั้นตอนที่ควรทำก็ต้องทำให้ครบ เธอไปปริ๊นสัญญาออกมาที”
ห้องนอนของฟู่เยี่ยนเซิน
เสิ่นหล่านเยว่หอบคนขึ้นไปบนเตียงในรวดเดียว ทำงานมาทั้งวันเหนื่อยเกินไป ตอนท้ายไม่ไหวจริง ๆ แขนหมดแรง ปล่อยคนลงไปบนเตียงตุ้บ
แต่แรงมันมากเกิน ฟู่เยี่ยนเซินแค่ผ่านเตียงเป็นทางผ่าน แล้วก็กลิ้งจากอีกฝั่งตกไป
“อุ๊ยตาย”
เสิ่นหล่านเยว่ร้องตกใจ กลิ้งตัวลงไปกับพื้น กลิ้งไปอีกฝั่งของเตียง รับฟู่เยี่ยนเซินได้อย่างแม่นยำ สองมือประคองอุ้มคนกลับขึ้นเตียง “ไปเลย!”
พอลุกขึ้นจากพื้น เห็นฟู่เยี่ยนเซินนอนอยู่กลางเตียง ทำหน้าบึ้งนอนนิ่งไม่ขยับ ก็ตบอกด้วยความโล่งอก “เฮ้อ นายจ้างไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ทำเอาฉันเกือบช็อคหัวใจวาย”
ฟู่เยี่ยนเซิน “...”
ตายสนิทยิ่งกว่าเดิม
เขานอนบนเตียง ดวงตาไร้อารมณ์จ้องเพดาน ไม่พูดอะไร สีหน้าก็ไม่ยอมให้เพิ่มสักนิด
เสิ่นหล่านเยว่รู้สึกผิดเล็กน้อย สูดลมหายใจลึกเดินไปที่ขอบเตียง โค้งคำนับฟู่เยี่ยนเซินอย่างเอาจริงเอาจัง “ขอโทษจริง ๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่ติดนิสัยมือบอน”
“แต่ปากคุณ...ก็บอนไม่เบาเหมือนกัน”
“แต่ฉันสัญญาว่าต่อไปในระหว่างสัญญาจ้าง จะไม่ทำร้ายนายจ้างเด็ดขาด”
“ฉันต้องการงานนี้มากจริง ๆ นะคะ ที่บ้านมีทั้งคนแก่ เด็ก แล้วก็หมา...”
สงสัยเพราะอยู่บนเขาคนเดียวนาน ๆ ไม่ค่อยมีใครให้คุยด้วย
ดังนั้นเสิ่นหล่านเยว่จึงติดนิสัยชอบพูดมาตั้งแต่เด็ก
คนรู้จักไม่รู้จักก็คุยได้หมด
ส่วนฟู่เยี่ยนเซินเป็นคนเกลียดความวุ่นวายเอามาก ๆ โดยเฉพาะหลังจากขาพิการ เขายิ่งต่อต้านแม้กระทั่งเสียงฝีเท้า
เห็นแสงไม่ได้ ได้ยินเสียงไม่ได้
ก็แบบนี้แหละที่ขังตัวเองมา 3 เดือน ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
ตอนแรกเขาก็ยังทนได้ ไม่อยากจะเทศน์กับเสิ่นหล่านเยว่
ต่อมา...
ก็พ่ายแพ้ต่อการโจมตีแบบปากกล้วยไม้ของเธอ
“หุบปาก!”
ฟู่เยี่ยนเซินกัดฟัน น้ำเสียงเย็นยะเยือกน่าสะพรึง
เสิ่นหล่านเยว่ชะงัก “หา กินปาก?”
“ไม่ ไม่ดีมั้งคะ จะให้ฉันไปหาเพื่อนให้คุณที่ไหนล่ะ?”
“บอดี้การ์ดได้ไหม?”
เธอฟังผิดจริง ๆ รอบนี้
ฟู่เยี่ยนเซิน “...”
ท่านฟู่หลับตาลงอีกครั้ง ท่านฟู่ทั้งเป็นทั้งตาย
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น “คุณหนูเสิ่น เสร็จหรือยังครับ คุณผู้หญิงอยากพบท่าน”
“เสร็จแล้ว ๆ คุณชายใหญ่ของบ้านคุณเพิ่งเข้าห้องน้ำเสร็จ ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้”
เสิ่นหล่านเยว่กลัวฟู่เยี่ยนเซินจะโกรธจนฆ่าตัวตาย
เธอเลยหยิบเน็คไทขึ้นมาเส้นนึง ปีนขึ้นเตียงจับมือฟู่เยี่ยนเซินไว้
ท่านฟู่ที่ทั้งเป็นทั้งตายก็ยังทั้งเป็นทั้งตายอยู่
จนกระทั่ง...
สองมือถูกยกขึ้นสูง วางไว้เหนือหัว
ฟู่เยี่ยนเซินลืมตาขึ้นทันที ทั้งตกใจทั้งโกรธทั้ง...อาย “คุณทำอะไรน่ะ ยัยผู้หญิงโง่ปล่อยผมนะ!”
“คุณถูกไล่ออกแล้ว!”
เสิ่นหล่านเยว่พันเนคไทให้เขาสองสามรอบ แน่ใจว่ามัดแน่นหนาดี แล้วยังมองหน้าท่านฟู่ที่มีโครงกระดูกดีเด่น หล่อเกินคนธรรมดาอีกสองที ก็ยื่นมือไปตบเบา ๆ อย่างลืมตัว “ดูหน้าหล่อนี่สิ ตายเป็นศพแห้งไปน่าเสียดายนะ ถ้าเกิดตายไม่ทราบสาเหตุ ยังต้องชันสูตร ผ่าเป็นชิ้น ๆ อีก”
ฟู่เยี่ยนเซิน “...”
“คุณลูกเจ้านาย ฉันลงไปคุยกับคุณนายข้างล่างแป๊บนะ เดี๋ยวกลับมา”
เสิ่นหล่านเยว่กระโดดลงจากเตียง
ฟู่เยี่ยนเซินกัดฟัน “คุณก็แค่อยากได้เงินนี่ คุณนังผู้หญิงเห็นแก่เงิน”
เสิ่นหล่านเยว่กลอกตาขาว หันไปมองเขา “ใช่แล้ว ไอ้กระจอกขาพิการ”
“เสิ่น เสิ่นขี้เกียจ!”
คุณชายฟู่ก็ฟังผิด เสิ่นหล่านเยว่ฟังเป็นเสิ่นขี้เกียจ
เสิ่นหล่านเยว่ “คุณด่าได้สกปรกมากเลยนะ”
ฟู่เยี่ยนเซินสูดลมหายใจลึก ควบคุมอารมณ์ตัวเอง พยายามเจรจากับไอ้ขี้เกียจ “แม่ผมจ้างบอดี้การ์ดเดือนละแสน ผมชดเชยให้คุณ 30 ล้าน พาผมกลับไปห้องมืด แล้วคุณก็ไป”
เขาเชื่อว่านอกจากยายบ้าคนนี้แล้ว ไม่มีใครกล้าหิ้วเขาออกจากห้องมืดด้วยกำลังแบบนี้
แววตาสวยของเสิ่นหล่านเยว่เป็นประกาย “เฮ้ย พี่ชาย คุณว่าเท่าไหร่นะ 30 ล้าน”
ฟู่เยี่ยนเซินพยักหน้า “ไม่พอผมเพิ่มให้อีก เงินไม่ใช่ปัญหา ขอแค่คุณพาผมกลับไป แล้วก็...อย่ามาโผล่หน้าต่อหน้าผมอีก”
เสิ่นหล่านเยว่ลูบหน้าตัวเอง “ฉันว่าหน้าฉันก็สวยดีนะ แถมมีวิชาตัวเบา นิสัยก็น่ารัก เล่าเรื่องตลกได้ มีอารมณ์ขันไม่เก็บกด ถึงจะกินจุ แต่ฉันแรงเยอะนะ แบกคุณวิ่งหลายรอบก็ไม่มีปัญหา”
“คุณอยากตากแดด ฉันแบกคุณออกไปในพริบตาเลย ทำไมต้องรังเกียจฉันขนาดนี้ เอาเงินมาไล่ด้วย”
“แน่นอน...ถ้าให้เยอะก็ได้นะ”
เสิ่นหล่านเยว่เปลี่ยนโทนกะทันหัน
ฟู่เยี่ยนเซิน “...”
“งั้นฉันลงไปบอกคุณนายก่อนนะ”
เสิ่นหล่านเยว่วิ่งลงบันได คิดคำนวณในใจ
บ้านวิลล่าที่บ้านจะไถ่คืนได้ไหม นั่นเป็นเรื่องที่ไอ้แก่เสิ่นต้องพยายาม
ตอนนี้เธอเป็นห่วงค่าใช้จ่ายของปู่ที่สถานพักฟื้น
ข้างล่าง คุณผู้หญิงฟู่เตรียมสัญญากับของขวัญไว้ให้เธอ
“หล่านเยว่”
คุณผู้หญิงฟู่ยิ้มมองเธอ “วันแรกที่มา บ้านฟู่ ฉันก็ไม่ได้เตรียมอะไร สร้อยเส้นนี้เหมาะกับหนู เอาไปใส่เล่นเถอะ”
ของขวัญรับขวัญที่คุณผู้หญิงฟู่ให้เสิ่นหล่านเยว่คือสร้อยคอเพชรม่วงหนึ่งชุด
ไม่ถึงกับน้ำดีมาก แต่ก็ราคาเป็นแสน
“คุณผู้หญิงฟู่คะ เอ่อ คือหนูเพิ่งจะคิดจะลาออก...”
เสิ่นหล่านเยว่ทำหน้าลำบากใจ
คุณผู้หญิงฟู่ชะงัก รีบถาม “ลาออก ทำไมถึงลาออก ไม่พอใจเรื่องค่าตอบแทนเหรอ?”
“แค่หนูดูแลเยี่ยนเซินดี ๆ ฉันเพิ่มให้อีกได้นะ”
เสิ่นหล่านเยว่ตาเป็นประกาย “แล้วคุณเพิ่มให้เท่าไหร่คะ?”
คุณผู้หญิงฟู่ “...”