กำแพงเมืองด้านตะวันออก
ลมกรรโชกพัดหมอกสีแดงฉานนอกเมืองให้หมุนวน
แม้มีม่านเพลิงปฐมกาลกั้นอยู่ กลิ่นเหม็นเน่าฉุนจมูกก็ยังลอดเข้ามาได้
มหาปุโรหิตเดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านายทหาร
กองกำลังป้องกันเมืองเตรียมพร้อมรับมืออย่างเคร่งครัด
หน้าไม้ยักษ์บนกำแพงเมืองขึ้นสายพร้อมยิง ลูกธนูยักษ์ที่ผ่านการชุบไฟเล็งตรงไปยังพื้นที่เบื้องล่าง
มหาปุโรหิตเดินไปยังเชิงเทิน แล้วทอดสายตามองออกไป
เงียบสงัด
ภายในระยะ 2 กิโลเมตรนอกเมือง มีสัตว์หุบเหวนับแสนหมอบเรียงรายแน่นขนัด
แมงมุมหน้าคน แมลงเกราะหนัก และสัตว์ประหลาดเนื้อนิ่มปากฉีก... ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ทอดยาวไปจนถึงหมอกหนาทึบสุดขอบสายตา
แต่พวกมันไม่มีเสียงคำรามแม้แต่น้อย
ความเงียบสงัดชวนให้ขนลุก
บนพื้นที่ว่างด้านหน้าสุดของกองทัพสัตว์หุบเหว ใกล้ขอบนอกของม่านเพลิงปฐมกาล
สัตว์หุบเหวระดับสูงนับหมื่นกำลังวิ่งวุ่นไปมา
พวกมันกำลังขนย้ายซากศพ
ทั้งซากของพวกเดียวกันและซากสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์
เนื้อและเศษกระดูกนับไม่ถ้วนถูกนำมากองซ้อนกัน ก่อเป็นลวดลายประหลาดขนาดมหึมาบนพื้นดิน
เฉินเถี่ยชี้ลงไปเบื้องล่าง น้ำเสียงตึงเครียด
“พวกมันเริ่มตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เอาซากศพมากองเป็นรูปร่างแบบนั้น จากนั้นก็พ่นพิษกับเลือดสีดำรดลงไป”
“พวกเราเคยลองใช้หน้าไม้ยักษ์โจมตี แต่สัตว์หุบเหวระดับสูงพวกนั้นไม่หลบเลย พอตายก็ถูกเอาไปเติมเป็นวัสดุทันที”
สายตาขุ่นมัวของมหาปุโรหิตกวาดผ่านลวดลายมหึมานั้น
เส้นลวดลายตัดสลับกันไปมา
จุดเชื่อมต่อเป็นรูปดาวหกแฉก
