หลินไป๋นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ สายตากวาดมองกู้ชางหลานไปมา
อยากได้วิชาเล่นแร่แปรธาตุหรือ? ไม่ได้!
ของแบบนั้นยิ่งเรียนมากก็ยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก วิชาทั้งสามที่เพิ่งได้มาก็พอให้เขาเรียนอยู่พักหนึ่งแล้ว
อีกอย่าง หากไม่มีตาแก่นี่คอยสอนด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าต้องเสียเวลาเรียนรู้ด้วยตนเองอีกเท่าไร
“ถ้าอย่างนั้น...”
“ขออะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันหน่อยแล้วกัน” หลินไป๋ยอมถอยหนึ่งก้าว ดวงตาจ้องกู้ชางหลานเขม็ง
“มีอุปกรณ์เล่นแร่แปรธาตุไหม? ผมไม่เรื่องมากหรอก จะเป็นโล่ที่ทนแรงระเบิดนิวเคลียร์ได้ หรือปืนใหญ่ที่ยิงนัดเดียวก็สังหารผู้มีลำดับ 7 ได้ เอามาสักสองชิ้นพอถูไถก็ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือของเสิ่นซูที่กำลังขันน็อตขาเทียมอยู่ข้าง ๆ ก็สั่นจนเกือบทำประแจงอ
เธอกลอกตาแล้วแค่นเสียงเยาะ “หึ ทำไมไม่ขอหุ่นยนต์ยักษ์ไปเลยล่ะ ฝันไปเถอะ”
กู้ชางหลานยิ่งกระอักกระอ่วน
บนใบหน้าเขามีคำว่า “อับอาย” เขียนอยู่เต็มไปหมด
“แค่ก...”
ชายชรากระแอมแห้ง ๆ มือทั้งสองข้างเผลอยกขึ้นกุมปากแขนเสื้อแน่น
“เสี่ยวหลิน พูดตามตรงนะ อาชีพนักเล่นแร่แปรธาตุของพวกเรา เธอก็รู้ดี”
“ดูภายนอกหรูหรา แต่ที่จริงเป็นหลุมที่ไม่มีวันเต็ม”
“ฉันก็อยากหาอุปกรณ์ให้เธอสักสองชิ้นไว้ป้องกันตัว แต่ของที่มีอยู่ตอนนี้ ไม่ก็เป็นอะไหล่สำรองของยัยหนูเสิ่นซู ไม่ก็เป็นชิ้นส่วนหลักที่ใช้ค้ำจุนห้องปลอดภัยแห่งนี้”
“ไม่มีของที่คนระดับเธอใช้ได้จริง ๆ!”
