หลินไป๋สวมชุดพิธีอันวิจิตรประดับอัญมณีเต็มยศ เดินไปตามพรมแดง เสียงเครื่องประดับกระทบกันกรุ๋งกริ๋ง
เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่าผู้มีอำนาจแห่งนครศักดิ์สิทธิ์ที่ถือแก้วสุราอยู่สองข้างทาง สายตาจับจ้องตรงไปยังปลายโต๊ะยาว
สาวใช้หงหลวนก้มหน้าเดินตามหลังหลินไป๋เฉียง ๆ อย่างใกล้ชิด
หางตาของเธอกวาดผ่านผู้มีอำนาจในชุดทางการสีเข้มทั่วห้องโถง รับรู้ได้ถึงสายตาเย้ยหยันนับไม่ถ้วน
หานเซียว องครักษ์ประจำกายของเผยจ้าวเย่ ก้าวเข้ามาต้อนรับ ก่อนค้อมกายคำนับอย่างขอไปที
“องค์เทพบุตรลำดับสาม ที่นั่งของท่านอยู่ทางนั้น”
เมื่อมองตามถุงมือเหล็กของหานเซียวไป ก็เห็นเก้าอี้ไม้ไร้พนักตั้งอยู่ตรงมุมสุดปลายโต๊ะยาว ติดกับจุดที่บ่าวรับใช้ยืนคอยเสิร์ฟอาหาร
ที่นั่นแทบจะนับเป็นที่นั่งของแขกไม่ได้ด้วยซ้ำ แม้แต่ญาติสายนอกของตระกูลชั้นสามยังได้นั่งใกล้กว่า
หงหลวนใจหาย มือกำชายกระโปรงแน่น
หรือพ่อบ้านจะเดาถูก นี่ไม่ใช่งานเลี้ยง แต่เป็นการจงใจหยามหน้ากันต่อหน้าผู้คน
เธอมองแผ่นหลังของหลินไป๋ด้วยความกังวล
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีข่าวลือจากภายนอกว่าเทพบุตรลำดับสามหยิ่งผยอง เอาแต่ใจ และโลภไม่รู้จักพอ
แต่คนในเรือนไร้มลทินต่างรู้ดีว่าองค์ชายเฉินหยวนดีกับพวกเขามาก
สมุนไพรล้ำค่าที่นำกลับมาจากคลังโอสถเทพ องค์ชายก็ประทานให้พวกเธออย่างง่ายดาย
เมื่อคืนนี้ ภายใต้การสนับสนุนทรัพยากรจากองค์ชาย เธอถึงกับฝ่าขีดจำกัดของปุถุชน ก้าวขึ้นเป็นผู้เหนือมนุษย์ลำดับ 9 อย่างแท้จริง
บุญคุณเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในราชสำนักเทพ สถานที่ซึ่งแทบไม่มีความเห็นอกเห็นใจหลงเหลืออยู่
