“ให้ตายสิ...”
บึงเน่าตบหน้าผากตัวเอง พลันเข้าใจทุกอย่างขึ้นมา
มิน่าเล่า คุณชายเขตเมืองชั้นในอย่างจี้อวิ๋นที่ตาสูงกว่าหัวถึงได้สุภาพกับหลินไป๋นัก!
ที่แท้คนลึกลับผู้ก่อความปั่นป่วน จนตลาดอาวุธในเขตเมืองชั้นในยุ่งเหยิงไปหมด ดันอยู่ใต้จมูกตัวเองนี่เองหรือ?
“เพราะงั้น...” บึงเน่าโน้มตัวมาข้างหน้า “ที่นายมาหาฉัน ก็เพื่อเสนอขายของล็อตนี้ให้สมาคมพี่น้องงั้นเหรอ?”
เขาควงกระสุนเล่น แม้จะตกตะลึงแต่ก็ยังมีสติ ก่อนจะส่ายหน้า
“หลินไป๋ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนายหรอกนะ ของนี่ถึงจะถูกลงกว่าสิบเท่า แต่ราคานัดละ 10 เหรียญทองก็ยังแพงเกินไปสำหรับแก๊งในเขตเมืองชั้นนอก”
“ต่อให้เป็นสมาคมพี่น้อง ก็มีแค่พวกแกนนำเท่านั้นที่พอจะซื้อไว้ป้องกันตัวได้สักไม่กี่นัด ส่วนจะจัดหาให้ใช้กันเป็นวงกว้างน่ะเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก”
“ไม่ใช่แบบนั้น”
หลินไป๋โบกมือ ตัดบทวิเคราะห์ของเขาโดยตรง
เขาลากเก้าอี้มานั่ง ประสานสิบนิ้วไว้ใต้คาง
“เดิมทีที่ฉันมาที่นี่ ก็แค่คิดจะเอากระสุนมาล็อตหนึ่งแลกแต้มผลงานสักหน่อย”
“แต่เมื่อกี้ตอนอยู่ชั้นล่าง จี้อวิ๋นบอกข่าวอย่างหนึ่งกับฉัน”
“ข่าวนั้นทำให้ฉันเปลี่ยนใจ”
หลินไป๋โน้มตัวไปข้างหน้า ท่าทางราวกับกำลังจะวางเดิมพันทั้งหมดลงบนโต๊ะ
“หัวหน้าบึงเน่า ฉันไม่ทำธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว”
“สนใจทำธุรกิจใหญ่จริง ๆ กับฉันสักครั้งไหม?”
......
สิบนาทีต่อมา
หมัดเหล็กที่ก่อนหน้านี้ยังพอนั่งได้ครึ่งก้น ถูกไล่ไปอยู่มุมห้องอย่างไม่ปรานี
ตอนนี้เขากอดเข่า หันหน้าเข้ากำแพงพลางนับลวดลายบนวอลเปเปอร์
