เมื่อเข้าเมือง เสียงอึกทึกก็พลันดังขึ้นหลายเท่า
เสียงเฟืองเสียดสีกัน เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียกลูกค้า และเสียงหวูดจากโรงงานไกล ๆ ผสมปนเปกัน กลายเป็นบทเพลงซิมโฟนีแห่งอุตสาหกรรมที่ทั้งสับสนอลหม่านและเกรี้ยวกราด
หลินไป๋เลี้ยวเข้าไปในมุมมืดของตรอกเปลี่ยวที่ไม่มีใครสนใจ ท่าทางวางอำนาจเยี่ยงชนชั้นสูงพลันพังทลายลงทันที
“เฮ้อ...”
“นี่สินะความสนุกของ[นักต้มตุ๋น]? รู้สึกเคลิบเคลิ้มอยู่เหมือนกันแฮะ”
หลินไป๋นวดแก้มที่เริ่มแข็งเกร็ง มุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
แม้จะเหมือนเดินอยู่บนเส้นลวด แต่ความสุขจากการเล่นกับการรับรู้ของคนอื่น ราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือ แล้วใช้คำโกหกเขย่าความเป็นจริงนั้น ช่างน่าหลงใหลจริง ๆ
ในเมื่อเข้ามาแล้ว ก็ต้องจัดการเรื่องปากท้องก่อน
ท้องกำลังประท้วง ส่วนเขาเดี่ยวของราชันหมาป่าบนหลังก็ต้องหาที่ขาย
ในเวลานั้นเอง กำแพงประกาศตรงปากตรอกก็ดึงดูดความสนใจของเขา
บนกำแพงติดประกาศสารพัดสีสัน ทั้งประกาศตามหาคน โฆษณาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กระทั่งประกาศให้เงินก้อนโตแก่ผู้มีบุตร ทุกแผ่นซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ
ทว่าตรงตำแหน่งที่สะดุดตาที่สุด มีใบประกาศจับแผ่นใหม่เอี่ยมติดอยู่ ดูขัดแย้งกับสิ่งรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด
สายตาของหลินไป๋กวาดผ่านภาพวาดนั้น หัวใจกระตุกวูบ
ในภาพเป็นชายร่างใหญ่กำยำ ดวงตาใสซื่อและดูทึ่มทื่อ นั่นคืออาชี
แต่สิ่งที่ทำให้หลินไป๋ตาโตแทบถลน คือจำนวนเงินรางวัลใต้ภาพ
ก่อนหน้านี้โซ่วโหวเคยบอกว่า ค่าหัวของอาชีคือ 100 เหรียญทอง ซึ่งก็มากพอจะทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่งได้แล้ว
แต่ตอนนี้...
ตัวเลขด้านหลังกลับมีศูนย์เพิ่มมาอีกตัว
ประกาศจับ: รหัส “หมายเลขเจ็ด”
เป็นหรือตายไม่สำคัญ ขอเพียงให้เบาะแสโดยตรงก็รับรางวัลได้
เงินรางวัล: 1,000 เหรียญทอง!
“หลัก...สิบ...ร้อย...พัน...”
หลินไป๋สูดลมหายใจเฮือก รู้สึกปวดไปถึงเหงือก
ในเมืองศิลาดำ เงิน 10 เหรียญทองก็เพียงพอให้ครอบครัวสามคนอยู่ดีกินดีไปได้ตลอดปี
1,000 เหรียญทอง? นี่มันซื้อถนนได้ตั้งครึ่งสายเลยนะ!
