หลินไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตากวาดผ่านลูกน้องที่เงียบกริบทั่วทั้งสนาม
บนใบหน้าปรากฏความลังเล...และความรังเกียจอยู่จาง ๆ
“หัวหน้าค่าย ขอบคุณที่เมตตา แต่ผมดูที่นี่แล้ว...”
หลินไป๋พูดแล้วก็ชะงักไป สุดท้ายยังคงถอนหายใจ
“พูดตามตรง ผมรู้สึกว่าพี่น้องในค่ายมวยของเราดูเหมือนจะหัวไม่ค่อยดีเท่าไร”
“ต่อให้ผมอยากเข้าร่วมสมาคมพี่น้องธุลี ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าผ่านค่ายมวยนี่นา อีกอย่างผมเป็นคนเรียนหนังสือ กลัวว่าจะ...คุยกับทุกคนไม่รู้เรื่อง”
ลูกน้องทั่วทั้งสนาม: “……”
แทงใจดำเลยพี่ชาย
พวกเราไม่มีความรู้จริง ๆ ก็เถอะ แต่ก็ไม่เห็นต้องพูดต่อหน้ากันแบบนี้เลยนี่นา!
เมื่อได้ยินดังนั้น หมัดเหล็กก็ชะงักไปเช่นกัน แต่เขาตั้งสติได้ทันที ไม่เพียงไม่โกรธ กลับตบต้นขาตัวเองอย่างร้อนใจ
“โธ่ พี่ชาย! เรื่องนี้นายยังไม่รู้น่ะสิ!”
หมัดเหล็กชี้ไปยังลูกน้องกลุ่มนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วแก้ตัวอย่างหน้าตาเฉย
“ถึงไอ้พวกนี้จะหัวไม่ค่อยดีจริง ๆ ทั้งยังไม่เข้าใจกฎอุณหพลศาสตร์อะไรด้วย แต่...พวกเราซื่อสัตย์นะ!”
“ซื่อสัตย์?” หลินไป๋เลิกคิ้ว
“ใช่แล้ว! ดูสิ!” หมัดเหล็กชี้ไปยังทุกคน อธิบายอย่างมีเหตุผลเต็มที่
“เมื่อกี้ตอนพวกมันคิดว่านายเป็นไอ้หนุ่มหน้าขาวไร้ประโยชน์ พวกมันก็ดูถูกนายจริง ๆ เยาะเย้ยกันอย่างถึงพริกถึงขิง ไม่ปิดบังไว้เลยสักนิด!”
“ตอนนี้พอเห็นนายเอาชนะหมาบ้า แสดงฝีมืออัจฉริยะออกมา พวกมันก็กลัวนายจริง ๆ นับถือนายจริง ๆ ดูสิ แต่ละคนก้มหน้าจนไม่กล้าผายลมสักแอะ นี่แหละจริงใจ!”
