“เหลืออีก 7 ชั่วโมง”
หลินไป๋เหลือบมองโทรศัพท์ แววตาพลันคมกริบ ความห่อเหี่ยวเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น
เขาเร่งฝีเท้าไปยังลิฟต์ นิ้วกำลังจะกดปุ่ม ทว่าจู่ ๆ ก็ชะงักงัน
หว่างคิ้วพลันปวดแปลบขึ้นมา!
[สัมผัสเจตนาร้าย]
[เมื่อมีคนคิดร้ายต่อคุณ คุณจะรู้สึกปวดแปลบที่หว่างคิ้ว]
หลินไป๋หันขวับกลับไป
ทางเดินมืดสลัวว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาผี
แต่เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ในเงามืดสุดทางเดิน หลังช่องตาแมว หรือแม้แต่ตามซอกกล่องกระดาษเก่าที่กองอยู่ในโถงทางเดิน... มีดวงตาหลายคู่กำลังจ้องเขาเขม็ง
เป็นความโลภที่เปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง
ราวกับฝูงหมาป่าที่อดอยากมาสามวัน กำลังจ้องเนื้อตุ๋นร้อน ๆ ที่เพิ่งยกลงจากเตา
“แม่งเอ๊ย...” หลินไป๋สบถในใจ
“สรุปว่าเรื่องที่ฉันเป็นคนเป็นในชุมชนนี้ไม่ใช่ความลับมานานแล้วงั้นเหรอ? คุณลุงคุณป้าที่ปกติทำหน้ายิ้มแย้มทักทายฉัน ที่แท้ก็ต้องอดกลั้นน้ำลายทุกวันสินะ?”
นี่มันจุดเริ่มต้นระดับนรกอะไรกันเนี่ย!
ประตูลิฟต์เปิดออก
หลินไป๋กัดฟันเดินเข้าไป
ลิฟต์เคลื่อนลง ยิ่งลงไปแต่ละชั้น ความปวดแปลบที่หว่างคิ้วก็ยิ่งทวีขึ้น
จนกระทั่งก้าวออกจากอาคารและยืนอยู่กลางสวนของชุมชน ความปวดแปลบก็พุ่งถึงขีดสุด!
ห้าทุ่มแล้ว แต่ในชุมชนกลับคึกคักไม่น้อย
มีทั้งชายชรานั่งเล่นหมากรุกใต้ต้นไม้ เด็ก ๆ แกว่งชิงช้าไปมา และคุณป้าหลายคนที่กำลังจูง “สุนัข” เดินเล่น
ทันทีที่หลินไป๋ปรากฏตัว ทุกการเคลื่อนไหวก็หยุดชะงักพร้อมกันชั่วขณะ
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เขา
“อ้าว เสี่ยวหลิน ดึกป่านนี้จะไปไหนล่ะ?”
คุณป้าที่กำลังจูงสุนัขเอ่ยขึ้น “ทอยพุดเดิล” ข้างเท้าเผยเขี้ยวแหลมสองแถวราวกับฟันเลื่อย
หลินไป๋รู้สึกเหมือนหว่างคิ้วกำลังจะระเบิด
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงกลัวจนทรุดลงคุกเข่าตรงนั้น กลายเป็นอาหารบุฟเฟต์ให้เพื่อนบ้านกลุ่มนี้ไปแล้ว
