รอยเยาะเย้ยบนใบหน้าอัลเลนแข็งค้างไปในพริบตา
ในหมู่นักเรียนรอบข้าง มีคนสูดหายใจเฮือก
“นั่น...ตราประทับของปรมาจารย์กุสตาฟ!”
“ใช่แล้ว! ฉันเคยเห็น ในหอเกียรติยศของสถาบัน ใต้ประวัติของปรมาจารย์กุสตาฟก็มีตราประทับนี้!”
“ให้ตายเถอะ เขาได้จดหมายแนะนำตัวจากปรมาจารย์กุสตาฟมาจริง ๆ เหรอ?”
“เป็นไปได้ยังไง...ปรมาจารย์กุสตาฟไม่ได้ออกจากหอคอยมาหลายร้อยปีแล้วไม่ใช่หรือ?”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์หลั่งไหลเข้ามาราวกับคลื่น
อัลเลนอ้าปากพะงาบ แต่กลับพูดไม่ออกสักคำ
เขาจ้องตราประทับนั้นเขม็ง ใบหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด
เขาค่อย ๆ ถอนตัวออกจากแถว ก้มหน้าเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
อาจารย์วัยกลางคนพยักหน้าให้หลินไป๋ ก่อนส่งสัญญาณให้เขาไปยืนในแถว
“เอาละ เตรียมตัวเคลื่อนย้ายได้”
......
ฟันเฟืองบนประตูโลกหยุดหมุน แสงจ้าบาดตาค่อย ๆ จางหายไป
สัมผัสใต้ฝ่าเท้าของหลินไป๋เปลี่ยนจากเลือนรางเป็นจับต้องได้ เขากลับมายืนอยู่บนพื้นอีกครั้ง
รอบตัวมีนักเรียนอีกหลายคนที่ถูกเคลื่อนย้ายมาพร้อมกัน ทุกคนต่างกวาดตามองสภาพแวดล้อมด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พวกเขาอยู่บนแท่นเคลื่อนย้ายกลางลานกว้างมหึมา
นอกลานมีอาคารประหลาดเรียงรายแน่นขนัด แต่ละแห่งมีรูปแบบแตกต่างกันไป
บางส่วนชวนให้นึกถึงหอคอยแปรธาตุ ทว่าก็แฝงความดิบเถื่อนที่หลินไป๋ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
ใจกลางเมืองมีหอคอยแปรธาตุสีดำสนิทตั้งตระหง่าน แทงทะลุหมู่เมฆ
ลวดลายวงเวทสีเงินนับไม่ถ้วนบนผิวหอคอยค่อย ๆ เคลื่อนไหว
