หลินไป๋เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
หมายความว่าอย่างไร?
ผู้เหนือมนุษย์ไม่เหมาะจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุหรือ?
ไม่สิ
ถ้าไม่ใช่ผู้เหนือมนุษย์ แล้วจะมีพลังวิญญาณได้อย่างไร?
หลินไป๋รีบเอ่ยขึ้นทันที “คุณกู้ ผมอยากถามหน่อยครับ นักเล่นแร่แปรธาตุที่ไม่เคยดื่มยาวิเศษ...ได้พลังวิญญาณมาจากไหน?”
กู้ชางหลานยิ้ม “พลังวิญญาณของนักเล่นแร่แปรธาตุเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการทำสมาธิและการศึกษาวิชาเล่นแร่แปรธาตุ”
“นี่เป็นตัวชี้วัดพรสวรรค์ที่สำคัญมากอย่างหนึ่งด้วย นั่นคือสามารถสร้างพลังวิญญาณขึ้นมาเองได้”
“พลังวิญญาณของนักเล่นแร่แปรธาตุอ่อนโยนกว่าของผู้เหนือมนุษย์ ไม่มีมลทินใด ๆ ทั้งยังควบคุมได้ง่ายกว่าด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินไป๋ก็พึมพำกับตัวเอง
ฟังจากที่กู้ชางหลานพูด ทำไมรู้สึกว่านักเล่นแร่แปรธาตุถึงจะเป็นพวกสายหลักกันนะ
ส่วนพวกผู้เหนือมนุษย์อย่างพวกเขา กลับให้ความรู้สึกเหมือนผู้ฝึกวิชานอกรีต?
ในตอนนั้นเอง เสิ่นซูที่อยู่ข้าง ๆ ทนฟังต่อไม่ไหวแล้ว
“จะพูดกับเขาเยอะแยะไปทำไม? ดูก็รู้แล้วว่าคนแบบนี้ไม่เห็นแม่น้ำเหลืองไม่ยอมตาย”
ใบหน้าขาวผ่องราวตุ๊กตากระเบื้องของเสิ่นซูเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เธอปล่อยฝีปากคมกริบออกมาเต็มที่
“รีบสอนเลย ลงมือทำให้ดูไปเลย! ให้เขารู้เสียบ้างว่าตัวเองทำไม่ได้ จะได้ไม่ต้องเปลืองแรง”
กู้ชางหลานยิ้มอย่างจนใจแล้วพยักหน้า “ก็จริง”
“ความรู้ทางทฤษฎีต้องอาศัยเวลาสั่งสม ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน”
