ยามเช้าบนภูเขา อากาศบริสุทธิ์ชวนสูดดม นกน้อยส่งเสียงจิ๊บจ๊าบไม่หยุดบนกิ่งไม้
ผลไม้สีแดงสุกงอมหลายผลร่วงหล่นจากต้น หลินเหมียนเก็บขึ้นมา โยนลงตะกร้าสองสามผล ที่เหลือเก็บเข้าแดนมิติ
บนภูเขาหมู่บ้านโฮ่วเถียนมีหมูป่าออกอาละวาดบ่อยครั้ง เคยมีคนพบเห็นพยัคฆ์ด้วยซ้ำ ชาวบ้านจึงไม่มีใครกล้าขึ้นภูเขา
หลินเหมียนไม่เกรงกลัว นางทะลุมิติมายังแคว้นต้าชิวเมื่อไม่กี่วันก่อนก็พบว่าตนมีแดนมิติ แดนมิตินี้มิเพียงบรรจุสิ่งของได้ คนยังสามารถเข้าไปอยู่ได้ถึงครึ่งชั่วยาม อาศัยแดนมิติ นางจึงหลบหลีกการจู่โจมของหมูป่าได้หลายครา
หลินเหมียนยังต้องเดินต่อไปอีกช่วงทาง นางก้มมองใต้เท้าพลางเดินไป เห็นผักป่า เห็ด ตลอดจนหอมป่า กระเทียม และขิงที่กินได้ก็ขุดขึ้นมา
ในตะกร้าเหลือเพียงผักป่าสองกำมือกับผลไม้สีแดงอีกไม่กี่ผล
ผลไม้สีแดงนี้คือซานจา ในยุคโบราณที่ข้าวของขาดแคลนเช่นนี้ นับเป็นขนมกินเล่นรสดีอย่างหนึ่ง
เดินไปหยุดไปจนมาถึงเบื้องหน้าสีแดงเพลิงผืนหนึ่ง มองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาล้วนเป็นพริก ยามนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวอันดี
ชาวแคว้นต้าชิวไม่กินพริก แต่มีบางคนชอบความงามของมัน ปลูกไว้ในกระถางเป็นไม้ประดับ
หลินเหมียนมองดูพริกที่ร้อยเป็นพวงห้อยเต็มต้น
ส่วนที่ตากแห้งแล้วเก็บเข้าแดนมิติ ที่ยังไม่แห้งก็ตากต่อไป
สำรวจดูทั่วแล้วเดินเข้าไปในไร่พริก ใช้ผ้าที่เตรียมไว้ผูกปิดท้ายทอย ปิดจมูกและปากแล้วเริ่มเก็บเกี่ยว เก็บทั้งหมดเข้าแดนมิติ
ไม่กี่วันที่ทะลุมิติมายังแคว้นต้าชิว พริกผืนนี้ถูกเก็บเข้าแดนมิติไปแล้วสองในสาม ด้วยความเร็วของนาง อีกสี่ห้าวันก็คงเก็บหมด
ตะวันขึ้นสูง หลินเหมียนรู้สึกว่าได้เวลาแล้วจึงหยุดมือ หยิบแผ่นไม้ไผ่เหลาปลายแหลมที่มัดรวมกันออกจากตะกร้า แล้วขุดหลุมตรงจุดเดิมอีกครั้ง
หลุมนี้ขุดมาหลายวันแล้ว รู้สึกว่าลึกพอสมควร จึงแก้มัดแผ่นไม้ไผ่เหลาแหลมออกแล้วปักลงหลุม
หา่กิ่งไม้เล็กวางพาดด้านบน เอา่หญ้าป่ามาคลุม หวังว่าจะดักไก่ป่า กระต่ายป่าได้
จัดการทุกอย่างเสร็จก็ปัดมือ เดินลงเขาพลางเก็บฟืนไปตลอดทาง
พอถึงตีนเขา ฟืนกิ่งก้านสาขาก็ปะปนเกือบเต็มตะกร้า
หลินเหมียนตื่นเช้า นางเข้าไปในลานบ้านตระกูลหลิน ปล่องไฟของแต่ละบ้านในหมู่บ้านเพิ่งเริ่มมีควันลอยขึ้น
ฮูหยินเฒ่าหลินยืนอยู่หน้าเรือนครัว สีหน้าย่ำแย่เหลือเกิน กระทั่งเห็นหลินเหมียนหยิบผลไม้สีแดงสองสามผลกับผักป่าเขียวอ่อนสองกำมือออกจากตะกร้า สีหน้าจึงค่อยยังชั่วขึ้น
นางหันไปโยนผักป่าให้เฉินซื่อ ภรรยาคนโตที่อยู่หน้าเตาไฟ
“ต้มไข่ให้ไอ้พวกปากหิวของบ้านรองคนละฟอง”
พูดจบก็ถือผลไม้สีแดงสองสามผลไปยังเรือนหลักห้องตะวันออก
ในห้องตะวันออกนั้นมีคุณหนูสาวของนางที่ยังไม่ตื่นนอน
เฉินซื่อมองตามแผ่นหลังฮูหยินเฒ่าหลินพลางถลึงตาใส่ ใส่ฟืนเข้าไปในเตาอย่างแรงอีกหนึ่งกำมือ
สาเหตุที่หลินเหมียนให้ผลไม้สีแดงกับผักป่าแก่ฮูหยินเฒ่าหลิน ก็เพราะมีเพียงเท่านี้ พวกนางพี่น้องสี่คนถึงจะได้กินไข่
วันนี้ฮูหยินเฒ่าหลินผิดปกติให้คนละฟอง หลินเหมียนมั่นใจว่านี่จะต้องเป็นการแยกครัวเรือน
หลินเหมียนล้างมือสะอาด ก็เห็นหลินไป๋กับหลินซงที่เพิ่งให้อาหารไก่และจัดการเล้าไก่จากเรือนหลังเสร็จ สองพี่น้องยังมีเจ้าตัวเล็กอายุสี่ขวบหลินถงเดินตามหลังมาด้วย
“พี่รอง”
“พี่รอง”
สองพี่น้องเห็นหลินเหมียนก็พร้อมใจกันร้องเรียก หลินถงน้อยยิ่งกางแขนวิ่งเข้ามาให้นางอุ้ม
หลินเหมียนอุ้มหลินถงขึ้นมา ใช้น้ำล้างมือของตนเช็ดหน้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นให้หลินถง
หลินเหมียนอายุสิบห้า หลินไป๋สิบสอง หลินซงเจ็ดขวบ หลินถงสี่ขวบ และยังมีหลินจือคนโตที่ถูกฮูหยินเฒ่าหลินแต่งออกไปแล้ว พวกนางพี่น้องห้าคนล้วนเป็นบุตรของหลินชางเหอและภรรยาแห่งบ้านรองตระกูลหลิน
สองปีก่อน สามีภรรยาหลินชางเหอไปทำงานที่จวนสกุลจ้าวในอำเภอช่วงว่างเว้นฤดูทำนา เกิดเหตุไม่คาดฝันเสียชีวิตทั้งคู่
พ่อบ้านสกุลจ้าวนำเงินสิบตำลึงมาไกล่เกลี่ย หลินพ่อเฒ่ากับฮูหยินเฒ่าหลินประทับลายนิ้วมือโดยไม่ทันคิด แม้แต่สามีภรรยาตายอย่างไรก็ไม่ถามให้ละเอียด
ปีถัดมา เพื่อเงินแปดตำลึง ก็ยกหลินจือให้ชายม่ายในหมู่บ้านใกล้เคียง ไปเป็นแม่เลี้ยง
หลินจือยอมแต่งไป เพราะหวังให้หลินพ่อเฒ่ากับฮูหยินเฒ่าหลินได้เงินแล้วจะได้ดูแลน้องๆ ให้ดี
แต่ไม่คิดว่าตนจะกระโดดเข้ากองไฟ ทั้งยังไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
เฉินซื่อทำกับข้าวเสร็จ หลินเหมียนยกโจ๊ก ผักดอง และไข่ไปตั้งบนโต๊ะ
บ้านใหญ่หลินชางโหย่วกับเฉินซื่อมีบุตรชายสองคน บุตรใหญ่หลินหนานอายุสิบแปดไปเป็นศิษย์ฝึกหัดในอำเภอ บุตรเล็กหลินเฟิงอายุสิบขวบไปเรียนหนังสือที่สำนักในหมู่บ้านใกล้เคียง
หลินพ่อเฒ่าหวังพึ่งหลินเฟิงให้ทำชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูล ไข่ต้องให้วันละฟอง โจ๊กก็ต้องข้นกว่าของคนอื่น
ยังมีคุณหนูสาวหลินไฉเหลียนอายุยี่สิบเอ็ดก็เช่นกัน
เพราะเป็นบุตรที่ได้เมื่อแก่ อีกทั้งหลินไฉเหลียนร่างกายอ่อนแอ สองสามีภรรยาเอ็นดูนางที่สุด
งานในบ้านไม่เคยทำ อาหารฮูหยินเฒ่าหลินก็ต้องยกไปให้กินถึงเรือนตะวันออก
ฮูหยินเฒ่าหลินยกอาหารไปแล้ว กลับมานั่งโต๊ะเริ่มแจกไข่
หลินซงมองไข่ทั้งฟองที่วางตรงหน้าพวกนางพี่น้องสี่คน รู้สึกไม่อยากเชื่อ
นับตั้งแต่พ่อแม่ไม่อยู่ พวกพี่น้องไม่เคยกินไข่อีกเลย
หลายวันก่อนพี่รองล้มป่วย พอหายแล้วก็เข้าภูเขาไปเก็บผลไม้แดงกับผักป่ามาทุกวัน พวกเขาถึงได้กินไข่
เขาและพี่สามห้ามพี่รองแล้ว บอกว่าบนเขาอันตรายเกินไปไม่ให้นางไป แต่พี่รองไม่ฟัง
หลินถงอายุแค่สี่ขวบสมองน้อยคิดอะไรไม่ได้มาก เขาหยิบไข่ขึ้นมาถือรอกิน
หลินไป๋จ้องมองฮูหยินเฒ่าหลิน จู่ๆ ก็ดีกับพวกเขาถึงเพียงนี้ กลัวว่านางจะคิดแผนอะไรกับพี่รองอีก
เดิมทีฮูหยินเฒ่าหลินมีแผนการรอถึงปีหน้าหลินเหมียนอายุสิบหก ก็จะเรียกเงินให้มากหน่อยแล้วแต่งออกไปเหมือนหลินจือ
พอได้เงินแต่งหลินเหมียนแล้ว ก็จะแยกครัวเรือนหลินไป๋กับน้องๆ ออกไป พวกนางไม่มีเงินให้พวกพี่น้องแต่งเมียหรอก
หลินพ่อเฒ่าไม่เห็นด้วย เขาว่ารู้กันทั้งหมู่บ้านว่าบ้านเขายกหลินจือให้ชายม่าย ลับหลังไม่รู้จะถูกนินทาว่าร้ายอย่างไร
ทำเช่นนี้อีก ไม่ต้องพูดถึงหน้าแก่ของเขาที่จะเสียหมด ยิ่งกลัวว่าจะทำให้หลินเฟิงเสียหาย ต่อไปเขาต้องเป็นคุณชายขุนนางเชียวนะ
ฮูหยินเฒ่าหลินคิดว่าที่หลินพ่อเฒ่าพูดก็มีเหตุผล งั้นอย่ารอช้า รีบแยกครัวเรือนเถิด แยกเร็วขึ้นหนึ่งวันจะประหยัดเสบียงได้เท่าไร
“หลินไป๋ เจ้าถลึงตาวัวจ้องข้าทำไม ถ้าไม่กินก็ลงจากโต๊ะไป อย่ามาทำให้ข้าหงุดหงิดอยู่ที่นี่”
