เธอขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนหยุดอยู่ตรงกรอบหน้าต่าง ไม่กล้าเข้าไปใกล้กว่านี้ แม้แต่น้ำเสียงก็เผลอเบาลงโดยไม่รู้ตัว “จ้านว่าง นายกำลังทำอะไรอยู่ รีบลงมาเลย รู้ไหมว่ามันอันตราย!”
ชายหนุ่มค่อย ๆ ดึงขายาวที่ห้อยอยู่นอกหน้าต่างกลับมา ก่อนบิดตัวลงพื้นอย่างแผ่วเบา
เธอถอนหายใจโล่งอก
เขาพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “กำลังดูสายลม ไม่อันตราย”
“หา?” เธอชะงักไปนิดหนึ่ง
วินาทีถัดมา ร่างของเธอก็ลอยขึ้น
จ้านว่างจับเอวเธอแล้วอุ้มขึ้นไปนั่งบนขอบหน้าต่างทันที
ด้านหลังไม่มีอะไรให้พิงเลยแม้แต่น้อย ท่อนบนที่ลอยคว้างขึ้นกะทันหันทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคง ขาทั้งสองข้างก็ห้อยอยู่กลางอากาศ จุดเดียวที่พอจะยึดเกาะได้คือราวหน้าต่างที่เธอนั่งอยู่ กับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เธอกอดคอเขาแน่น “จ้านว่าง รีบปล่อยฉันลงไป!”
“ไม่อันตราย” เขาพูดซ้ำ
จู่ ๆ เธอก็เข้าใจความหมายของเขา ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อพิสูจน์ให้เธอเห็นว่ามันไม่อันตราย
“...” พอเข้าใจแล้วกลับยิ่งทำใจนิ่งไม่ได้
เธอทั้งโกรธทั้งร้อนใจ ความตกใจทำให้น้ำตาตามธรรมชาติเอ่อคลอที่หางตาเล็กน้อย “ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันลงไปเถอะ”
จ้านว่างจ้องมองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ แล้วยื่นปลายลิ้นมาเลียเบา ๆ
น้ำเสียงของเขาเจือความประหลาดใจอยู่เล็กน้อย “เค็ม”
เธอ: ?
ห้านาทีต่อมา
เขาถูกผลักออกไปนอกประตู “ปัง” ประตูปิดลง
“คุณเจ้าของห้องใหม่?”
หญิงสาวที่กำลังลงบันไดเห็นจ้านว่างแล้วรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มยั่วเย้า ก่อนเดินเข้ามาอย่างอ้อยอิ่ง “คุณเจ้าของห้องใหม่ช่วยจัดการให้พวกเราหน่อยได้ไหม ลิฟต์เสียอีกแล้ว โทรแจ้งนิติฯ ไปก็เอาแต่ปัดความรับผิดชอบ”
