อยากซ่อนตัวให้พ้นสายตา
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจเซี่ยกุยหานช่างน่าอับอายจนไม่อยากให้ใครรู้
จากนั้นจึงเป็นความยินดีและความอาลัยเมื่อได้พบกันอีกครั้งหลังจากแยกจากกันมานาน ปะปนกับความขุ่นเคืองเล็กน้อยที่เธอไม่มาหาเขาก่อน กลับลุยเดี่ยวเข้าไปเสี่ยงอันตรายในหอเมฆาหมอก
เธอสวมผ้าคลุมหน้า พลิ้วกายร่ายรำ ดวงตาคู่นั้นยังคงแจ่มใสเหมือนเดิม
แต่เขากลับเปลี่ยนไปแล้ว
ไม่ใช่จอมยุทธ์ไร้นามผู้รักอิสระและใช้ชีวิตตามใจเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป
ยุทธภพไม่ได้มีเพียงกระบี่ สุรา และมิตรสหาย ความขัดแย้งในนั้นไม่ได้มีน้อยไปกว่าราชสำนัก
หลังบิดาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เซี่ยกุยหานก็จำต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของพันธมิตรเฮ่าเทียน เขาใช้ทุกวิถีทางที่พอจะใช้ได้ ทั้งวิธีเปิดเผยและวิธีลับ ๆ
เขากลายเป็นคนเล่นเกมการเมืองที่ครั้งหนึ่งตัวเองเคยดูแคลน
เธอรีบอธิบาย “ไม่ใช่นะ ฉันคิดถึงพี่ใหญ่ตลอดเลย”
คำพูดนี้เป็นเรื่องโกหก
เธอได้พบผู้คนมากมายเหลือเกินในนครเซิ่งจิง ได้เห็นเรื่องราวน่าตื่นตาตื่นใจมากมายเหลือเกิน
โลกกว้างช่างมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา
มีทั้งเหล่าวีรบุรุษและคนเก่งกาจมากมายรายล้อม ชีวิตของเธอไม่ได้เรียบง่ายเลย ถึงขั้นเรียกได้ว่ายุ่งด้วยซ้ำ มีเวลาให้นึกถึงเซี่ยกุยหานเพียงนาน ๆ ครั้งเท่านั้น
อีกอย่าง เวลาสิบปีนั้นเป็นช่วงเวลาแสนยาวนานสำหรับเขา
แต่สำหรับเธอ มันเป็นเพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่เนื้อเรื่องดำเนินไป
เซี่ยกุยหานมองเธอด้วยแววตาลุ่มลึก “ถ้าอย่างนั้น ทำไมถึงไม่มาหาพี่ใหญ่ล่ะ? โกรธที่พี่ใหญ่ไม่รักษาสัญญา ไปตามหาเธอที่นครเซิ่งจิงหรือเปล่า?”
“เป็นความผิดของพี่เอง ตอนนั้นพันธมิตรเฮ่าเทียนกำลังวุ่นวาย พี่ไม่มีเวลาแยกตัวไป ปล่อยให้น้องสาวต้องตะลุยนครเซิ่งจิงเพียงลำพัง”