ดูเหมือนเธอจะไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนคำพูดกะทันหัน หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ
“ยังยืนเอ๋ออยู่ทำไม ลู่หรานบอกแล้วไงว่าเรื่องนี้จบแล้ว” เผยเจวี๋ยที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ แทรกขึ้นมา
เขาไม่ได้ใจแข็งขนาดนั้น พอเห็นหญิงสาวที่ทั้งเก็บตัวและดื้อรั้น ก็อดรู้สึกเห็นใจขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้ แต่ความสงสารเพียงนิดเดียวก็ยังไม่มากพอให้เขาขอร้องลู่หรานแทนเธอ
ตอนนี้พอเห็นลู่หรานเปลี่ยนคำพูดเพราะคุณ เขาจึงช่วยพูดสนับสนุนอีกแรง
หญิงสาวได้สติ ขยับหลบไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้
เสียงที่ค่อย ๆ ห่างออกไปดังแว่วมาอย่างเลือนราง
“ฉันยอมปล่อยเธอไปตามที่นายขอแล้ว นายต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเพื่อนฉัน”
“...รู้แล้ว”
ลู่หรานคิดแต่จะเอาอะไรบางอย่างจากคุณอยู่ตลอด แม้แต่ข้าวก็ยังไม่มีเวลากิน เขาก็ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างลากคุณไปที่อพาร์ตเมนต์ของตัวเอง
เมื่อกลับมาที่บ้านหรูหราหลังนี้อีกครั้ง คุณรู้สึกสงบใจกว่าครั้งแรกอยู่บ้าง
ความกดดันจากสิ่งที่รู้แล้ว ยังพอทนได้มากกว่าความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้ แต่ก็ไม่ได้มากนัก
“ไม่เข้ามาเหรอ?” ลู่หรานยืนพิงกรอบประตูห้องนอน พลางส่งสัญญาณเรียกคุณ
คุณส่ายหน้า ยืนอยู่ในห้องนั่งเล่น ไม่ยอมขยับ
เขายิ้มเงียบ ๆ ดูเหมือนจะขำที่คุณขี้กลัวและระแวดระวัง แต่ก็ไม่ได้ยืนกรานให้คุณเข้าไป
คุณนั่งเกร็งอยู่บนโซฟา ราวกับนั่งบนกองเข็ม พอรออยู่นานแล้วยังไม่เห็นเขาออกมา คุณก็อยู่ลำพังในพื้นที่กว้างเงียบสงัด จนแทบอยากลุกหนีไปเดี๋ยวนั้น
ตอนที่คุณใกล้จะนับใบไม้ในกระถางตรงมุมห้องครบหนึ่งรอบ ลู่หรานก็ออกมา
เขาเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ ผมเปียกโชกจนหยดน้ำไหลลงมา และมีผ้าขนหนูพาดอยู่รอบคอ
