คำว่าชอบของเขาพูดออกมาได้ง่ายดายเกินไป
คล้ายเด็กคนหนึ่งเจอของเล่นที่ถูกใจ พอคว้ามาไว้ในมือแล้วก็ไม่คิดจะปล่อยอีก
“ความชอบไม่ใช่แบบนี้นะ ถ้าชอบใครสักคนก็ต้องเคารพความต้องการของเขา ฉันไม่อยากให้นายตามฉัน เรื่องนี้ทำให้ฉันกลัว” คุณพยายามอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง
ตัวตลกทำหน้างุนงง “ทำไมต้องกลัวด้วย? ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก”
“นายฆ่าคนไปแล้ว!” น้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขาทำให้คุณโมโหจนเผลอขึ้นเสียง “ตั้งหลายคน!”
“แถมยังเกิดขึ้นข้างตัวฉันด้วย จะให้ฉันไม่กลัวได้ยังไง?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากลับพูดประโยคที่ทำให้คุณขนลุกซู่ “การล่าไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง?”
คุณชะงัก “นายคิดว่าการฆ่าคนคือการล่าเหรอ?”
“พวกเขาบอกว่าเมืองแสงเหนือเป็นสนามล่า สัตว์กินเนื้ออยู่ในเขตเมืองชั้นบน ส่วนเขตเมืองชั้นนอกมีสัตว์กินพืชกับสัตว์กินทั้งพืชและเนื้อ”
สัตว์กินพืชเลี้ยงตัวเองให้อ้วนพี แล้วถูกสัตว์กินเนื้อกินเข้าไป มันมีปัญหาตรงไหน?
ก็เหมือนห่วงโซ่อาหาร ผู้ที่อ่อนแอกว่าถูกผู้แข็งแกร่งกิน ส่วนผู้แข็งแกร่งก็ถูกผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ากิน
ยิ่งไปกว่านั้น เหยื่อที่ตัวตลกออกล่าก็คือสัตว์กินเนื้อที่หนีออกมา หรือไม่ก็สัตว์กินทั้งพืชและเนื้อที่ “เคยกินเนื้อ” มาแล้ว
“พวกเขา? พวกเขาเป็นใคร?”
“คนในเขตชั้นบน”
“……”
ตอนเริ่มสร้างเมืองแสงเหนือ คำขวัญประชาสัมพันธ์คือ “บ้านในฝันของมนุษยชาติ”
เมืองแห่งเดียวที่มีอยู่ ย่อมทำให้ชาวชนบทด้านนอกใฝ่ฝันอยากเข้ามา
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า ภายในกำแพงสูงนั้น ที่แท้เป็นบ้านในฝันของคนเพียงหยิบมือ
คำพูดที่ว่าแค่ขยันทำงานก็ข้ามชนชั้นได้ เป็นเพียงคำโกหกที่คนเขตเมืองชั้นบนใช้ล้างสมองให้พวกเขาอยู่อย่างเจียมตัว
หากอยากเข้าไปอยู่ในเขตชั้นบน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะ “กินเนื้อ” เรียนรู้การล่า กินคนอื่นเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง
คุณไม่เคยรู้สึกว่าเมืองแสงเหนือน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน
ใต้ความรุ่งเรืองที่สว่างไสวราวกับกลางวันด้วยแสงนีออน มีสิ่งสกปรกซุกซ่อนอยู่ตามมุมมืด
หนูอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ไฮยีนาเดินวนเวียนตามตรอกซอกซอย ส่วนทางเข้าเพียงแห่งเดียวที่มุ่งสู่เขตเมืองชั้นบนก็อ้าปากกว้าง เผยเขี้ยวเล็บประหนึ่งฉลาม