"ฝ่าบาท! หม่อมฉันมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว!"
เสิ่นกุ้ยเฟยโผเข้าพระอุระฮ่องเต้พร้อมกับร่ำไห้สะอึกสะอื้น
ฮ่องเต้อดถอนพระทัยมิได้ "เจ้าไปหาเรื่องนางอีกแล้วหรือ"
เสิ่นกุ้ยเฟยผละออกทันที "ฝ่าบาทรับสั่งเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร หม่อมฉันในฐานะผู้อาวุโสของไท่จื่อ เมื่อได้ยินว่าเขาตกน้ำสลบไม่ได้สติ เป็นห่วงอยากไปเยี่ยมดูอาการ ผิดด้วยหรืออย่างไร พระเชษฐภคินีปฏิบัติต่อหม่อมฉันเช่นนี้ได้อย่างไร!"
ฮ่องเต้ลูบไหล่นาง "เจ้าเหนื่อยยากดึงฮองเฮามาเกี่ยวด้วยทำไม ฮองเฮามิได้ทำอะไรเจ้าเสียหน่อย"
เสิ่นกุ้ยเฟยนัยน์ตาคลอหยาดน้ำตา "ที่ว่าฮองเฮามิได้ทำอะไรหม่อมฉันนั้น ท่านองค์หญิงจินจือหากมิใช่ฟังคำนางมา จะมาดูแคลนหม่อมฉันถึงเพียงนี้ได้หรือ! หม่อมฉันเคารพคารวะพระเชษฐภคินีทุกวัน ดูแลไท่จื่ออย่างดี ผิดอีกหรือ! หม่อมฉันไม่ขออยู่แล้ว!"
ฮ่องเต้ทรงดึงเสิ่นกุ้ยเฟยที่ร่ำร้องจะหาความตายไว้ "เจ้ารัก เจ้าทำอะไร นิสัยฮองเฮาตรงไปตรงมา หากนางอยากกลั่นแกล้งเจ้าจริง คงบุกมาตีเจ้านานแล้ว ส่วนนิสัยจินจือก็เกกมะเหรก เจ้าเป็นผู้อาวุโสจะคิดถือสาเด็กจริงจังด้วยหรือ"
เสิ่นกุ้ยเฟยไม่ยอมทันที
"ฝ่าบาท! พระองค์ทรงเข้าข้าง!
ท่านองค์หญิงจินจืออายุสิบแปดแล้ว ชาวบ้านทั่วไปก็วัยเป็นมารดาได้แล้ว ยังเป็นเด็กอะไรอีก!
นางเคยให้เกียรติหม่อมฉันในฐานะผู้อาวุโสสักครั้งหรือไม่!
หรงฝูเป็นคนเก่าแก่ข้างกายหม่อมฉัน นางกลับตัดหูหรงฝูข้างหนึ่งต่อหน้าหม่อมฉันเสีย!"
