ฉินจินจือนั่งอยู่บนรถม้าพลิกดูตำราในมือ
หลิ่วอีอีนั่งข้างนางค้นหาตำราแพทย์
ขณะนั้นจื่ออวี๋เดินเข้ามาจากนอกรถม้า
“คารวะท่านองค์หญิง!”
เสียงของจื่ออวี๋ค่อนข้างอ่อนล้า แต่ยังคงคุกเข่าลงโขกศีรษะอย่างเคารพนบนอบ
ฉินจินจือพลิกหน้าหนังสือโดยไม่เงยหน้า “ฟังเสียงท่านซุยอ่อนล้าเช่นนี้ ฤาพิษเย็นกำเริบ?”
วันนั้นหลังจากจื่ออวี๋ออกจากจวนที่คุมขังเยาเมี่ยวอิน เขาก็กลืนยาพิษปี้ลั่วลงบนรถม้า
นี่คือบทลงทัณฑ์ของเขา
จื่ออวี๋ก้มหน้าค้อมตาพูดว่า “กราบทูลท่านองค์หญิง ไม่ต้องทรงห่วง พึ่งจะกินโอสถมา”
สกุลซุยมีรากฐานลึกซึ้ง เก็บรักษาตำราโบราณไว้มากมาย ไม่เพียงมียาพิษปี้ลั่วที่สาบสูญไปนานและขึ้นชื่อว่าเป็นราชันแห่งพิษทั้งปวง ยังมีโอสถปกชีพบรรเทาพิษร้ายทุกชนิด
ตอนแรกที่ฉินจินจือกับเยาเมี่ยวอินไม่ตายก็เพราะจื่ออวี๋มอบโอสถปกชีพมาให้
ต่อมาฉินจินจือได้พบหลิ่วอีอี นางได้ค้นคว้าโอสถปกชีพ แล้วเสริมแต่งขึ้นอีก จึงระงับความเจ็บปวดยามพิษกำเริบไปได้มาก
ฉินจินจือเคาะโต๊ะเบาๆ อวิ๋นเชวี่ยก็ยื่นถ้วยชามาให้
จื่ออวี๋ไม่เข้าใจ แต่ก็รับถ้วยชามาถือไว้
“ดื่มเสีย”
จื่ออวี๋ชะงัก แต่ก็ดื่มชาลงไป
ต่อคำสั่งของฉินจินจือแล้วควรนบนอบปฏิบัติตาม
ทันทีที่ดื่มลงไป จื่ออวี๋เบิกตากว้าง!
ความรู้สึกเหมือนลำไส้ทะลุกระเพาะ ขาดวิ่น ราวกับมีมดนับแสนตัวแทะกินชีพจรแล่นพล่านขึ้นมา
โลหิตไหลจากอวัยวะทั้งเจ็ด นัยน์ตากลายเป็นสีแดงฉาน