หลัวเฉิงจื้อเอ่ยกับฉินจินจืออย่างสนิทสนมว่า “พี่สาม กลับมาครั้งนี้ยังจะไปอีกหรือไม่”
ฉินจินจือยื่นกล่องใบหนึ่งให้เขาแล้วยิ้มบาง “ก่อนเจ้าสอบได้จอหงวน ข้าก็ไม่ไปไหน”
หลัวเฉิงจื้อถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ให้ข้าหรือ”
เขาเปิดกล่องออก ภายในเป็นแท่นฝนหมึกสีเขียวมรกตทั้งแท่ง งดงามล้ำค่า ใสดุจหยก
ฉินจินจือกล่าวว่า “นี่คือแท่นฝนหมึกจ้าว เป่าลมหายใจรดก็เกิดหยดน้ำ ฝนหมึกได้เร็วไม่ทำลายขนพู่กัน เก็บหมึกได้นานไม่แห้งกรัง นักสอบไม่น้อยที่ใช้แท่นฝนหมึกจ้าวนี้สอบผ่าน บ้างก็เรียกแท่นฝนหมึกจอหงวน พี่สามให้แท่นฝนหมึกนี้แก่เจ้า อวยพรให้เจ้าปีหน้าชิงอันดับหนึ่งมาให้ได้”
“ขอบพระคุณพี่สาม”
หลัวเฉิงจื้อดีใจนัก มิใช่เพราะแท่นฝนหมึกล้ำค่า แต่เพราะพี่สามคาดหวังในตัวเขาถึงเพียงนี้
ฉินจินจือส่งหลัวเฉิงจื้อกลับไปยังเรือนที่หลัวเซียงฟูจัดหาให้หลัวเฉิงจื้อทางใต้ของเมืองหลวง
เรือนไม่ใหญ่ ทว่ามองออกว่าตกแต่งอย่างใส่ใจ
ในเรือนมีพ่อบ้านชราหนึ่งคน แม่ครัวหนึ่งคน เด็กรับใช้หนึ่งคน สาวใช้หนึ่งคน
ฉินจินจือเพิ่งย่างเข้าลาน
สาวใช้ตัวน้อยร้องขึ้นอย่างดีใจ “คุณชายสาม กลับเมืองหลวงแล้วหรือเจ้าคะ”
ฉินจินจือยิ้มเอ่ย “เสี่ยวเถาเองก็เป็นสาวใหญ่แล้ว”
เสี่ยวเถาดีใจยิ่ง “คุณชายสาม ในที่สุดท่านก็กลับมา ตลอดสามปีมานี้คุณชายเอ่ยถึงท่านอยู่เสมอ วันนี้ท่านรับประทานอาหารที่นี่เถิดเจ้าค่ะ ข้าจะให้มารดาฉีทำผัดฉือโจวที่ท่านโปรดให้”
ฉินจินจือพยักหน้ารับ “ดี”
