เผยจิ่นเหนียนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิต อาภรณ์ขาดวิ่นรุ่งริ่ง
สิ่งสำคัญที่สุดคือบาดแผลบนใบหน้า เกือบทำให้เผยชิงจำมิได้ว่านี่คือหลานชายของตน!
ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นสภาพอเนจอนาถของเผยจิ่นเหนียน ก็มิอาจห้ามคิ้วให้ขมวดเข้าหากันได้
ช่างน่าเวทนายิ่ง!
“เผยจิ่นเหนียน เจ้ามีอะไรจะกล่าวหรือ?”
เผยจิ่นเหนียนคุกเข่าอยู่บนท้องพระโรง พยายามลืมตาที่แทบปิดสนิทขึ้น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงยากลำบาก
“ฝ่าบาท อุทกภัยในเจียงหนานเป็นเรื่องจริงพ่ะย่ะค่ะ!
ราษฎรผู้ประสบภัยต้องระหกระเหินไร้ที่พักพิง ซากศพอดอยากเกลื่อนกลาดไปทั่ว ทุกข์ทรมานจนยากบรรยาย!
ขุนนางทั้งสิบหกแคว้นแห่งเจียงหนานกลับไม่มีผู้ใดเปิดยุ้งฉางแจกจ่ายเสบียง พวกมันร่วมมือกันสมรู้ร่วมคิดคอยผลักไสความรับผิดชอบ
เจียงหนานเจี๋ยตู้สื่อเสิ่นฉางชิงอ้างว่าล้มป่วยปิดประตูไม่ยอมออกมา ขุนนางสิบหกแคว้นก็พากันไม่ฟังราชโองการ เชื่อฟังแต่คำสั่งของเสิ่นฉางชิงเพียงผู้เดียว
กระหม่อมบันดาลโทสะจึงสังหารไท่โส่วแห่งเวินโจว แล้วบังคับเปิดยุ้งฉางนำเสบียงออกแจกจ่าย
กระหม่อมจึงถูกตามล่าสังหาร องครักษ์ที่ร่วมเดินทางมาด้วยแทบตายสิ้น ตัวกระหม่อมเองก็เกือบจะสิ้นชีพบนเส้นทางกลับเมืองหลวง!”
ฮ่องเต้ทรงพระพิโรธเป็นอันมาก!
“เรื่องเช่นนี้ก็มีด้วย! สมดังคำที่ว่าฟ้าสูงแผ่นดินห่างฮ่องเต้ไกล! เจ้าเสิ่นฉางชิงช่างกล้าตั้งตนเป็นราชาแต่ผู้เดียวในเจียงหนานเสียแล้ว! ดีนักที่ไม่ฟังราชโองการ เกรงว่าคงจะคิดตั้งตัวเป็นอิสระแยกดินแดนเป็นใหญ่เสียเองกระมัง!”
“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ!”
ขุนนางทั้งหลายต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้น
สกุลเสิ่นช่างบังอาจถึงเพียงนี้!
แม้แต่คนที่ฝ่าบาทส่งไปยังถูกปฏิบัติเช่นนี้ ในเจียงหนานจะเหิมเกริมถึงเพียงไหนกัน!
บนท้องพระโรงนี้เองที่เผยจิ่นเหนียนเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงส่งเขาไปเจียงหนาน