“ลู่เสวียน ฉันจะแต่งงานแล้ว วันนี้ให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย!”
ลู่เสวียนเพิ่งพาสวี่โหรวขึ้นมาถึงที่พักบนชั้นสองของคลินิก เธอก็ถอดเสื้อคลุมไหมพรมตัวสั้นออก เผยให้เห็นเสื้อสายเดี่ยวด้านใน
ท่อนล่างเธอสวมกระโปรงพลีตเอวสูง ช่วยขับให้เอวคอดดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เมื่อจับคู่กับถุงน่องสีขาวสไตล์นักเรียนญี่ปุ่นที่ขา ก็ยิ่งดูเย้ายวนสะดุดตา
“เมื่อสัปดาห์ก่อนคุณเพิ่งบอกเลิกผมเอง ทำไมถึงจะแต่งงานเร็วขนาดนี้ล่ะ?”
ลู่เสวียนมองชุดเซ็กซี่ที่เธอสวม น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ทุกครั้งที่สวี่โหรวสวมชุดนี้ เขาก็เหมือนได้รับสัญญาณบางอย่าง...
แต่สถานะของทั้งคู่ในตอนนี้ ดูจะไม่เหมาะเอาเสียเลย!
“ฉันเลิกกับคุณแล้วจะแต่งงานไม่ได้หรือไง? คุณเผด็จการเกินไปแล้วนะ!”
สวี่โหรวเหลือบมองเขาอย่างรำคาญ “วันนี้ฉันตั้งใจมาบอกลาคุณ รีบหน่อย อย่ามัวแต่พูดมาก!”
ลู่เสวียนไม่เข้าใจความคิดของสวี่โหรวเลยสักนิด เธอกำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว ยังมาหาเขาทำไม นี่มันจงใจทำให้เขาเจ็บชัด ๆ!
“ฉันแค่อยากให้เราปิดฉากกันอย่างสมบูรณ์แบบ คุณเคยเป็นผู้ชายที่ฉันชอบ แต่...คุณจนเกินไป เพิ่งเริ่มทำงานก็มีหนี้สามแสนหยวน แล้วฉันจะยอมแต่งงานกับคุณได้ยังไง!”
สวี่โหรวถอนหายใจยาว ก่อนถอดถุงน่องยาวออก
“เสี่ยวโหรว ให้เวลาผมอีกหน่อยนะ ผมจะใช้หนี้ให้หมดก่อน แล้วค่อยเก็บเงินสินสอดให้คุณ...”
“ค้อนเหล็กลู่ ตลอดปีที่ผ่านมานี้ นอกจากตอนเอากับฉันที่คุณมีแรงแล้ว คุณยังมีความสามารถอะไรอีก?”
สวี่โหรวมุ่ยปากน้อย ๆ พลางค่อย ๆ ดึงสายเสื้อลง
“เสี่ยวโหรว คุณต้องเชื่อในความสามารถของผม...”
ลู่เสวียนพุ่งเข้าไปโอบเธอไว้ในอ้อมแขน
“นั่นมันสามแสนหยวน ไม่ใช่สามพัน!”
สวี่โหรวผลักลู่เสวียนออก ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห “คุณเอาแต่พูดว่าความรู้ทางการแพทย์ของครอบครัวสืบทอดกันมา แต่พ่อคุณก็เป็นแค่หมอชาวบ้านใต้เขาตู้เอ้อ ตอนนี้ยังติดหนี้พนันแล้วหนีไปอีก ส่วนคุณก็ถูกโรงพยาบาลในเมืองเอกไล่ออก กลับมารับเงินเดือนสองพันหยวน จะมีประโยชน์อะไร!”
ลู่เสวียนนึกถึงเรื่องน่าอับอายเหล่านั้นแล้วก้มหน้าอย่างรู้สึกละอาย
เมื่อปีก่อน หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ประจำมณฑล เขาเพิ่งเข้าฝึกงานที่โรงพยาบาล ก็ถูกผู้มีอิทธิพลเล่นงานจนต้องออกจากเมืองเอกและกลับบ้านเกิดที่อำเภอจิ้งซาน มาทำงานที่คลินิกเซี่ยหลาน
วันนั้นสวี่โหรวเดินผ่านหน้าคลินิก แล้วปวดประจำเดือนจนต้องย่อตัวลงกับพื้น ลู่เสวียนเห็นเข้าจึงเชิญเธอเข้ามารักษา โดยไม่คิดค่ารักษาแม้แต่หยวนเดียว สวี่โหรวเห็นว่าเขาทั้งสูงทั้งหล่อ จึงอ้างว่าอยากตอบแทนแล้วชวนเขาไปกินข้าว จากนั้นทั้งสองก็เริ่มคบหากัน
แต่เมื่อรู้จักกันลึกซึ้งขึ้น สวี่โหรวจึงพบว่าครอบครัวของลู่เสวียนยากจนมาก ไม่เพียงไม่มีเงินสินสอดแม้แต่หนึ่งแสนหยวน เงินเดือนเขาก็มีแค่สองพันหยวน ไม่ใช่หมอร่ำรวยอย่างที่เธอเคยคิดไว้เลย
เธอคิดจะเลิกกับเขามานานแล้ว แต่เพราะความสามารถที่พูดออกมาไม่ได้ของเขา จึงตัดใจไม่ลงเสียที จนกระทั่งหนึ่งสัปดาห์ก่อน เจ้าหนี้มาถึงหน้าบ้านและบอกว่าพ่อของลู่เสวียนเล่นพนันเสียสามแสนหยวนแล้วหนีไป!
ตอนนั้นลู่เสวียนเพิ่งมีความสุขกับสวี่โหรวบนชั้นสองเสร็จ พอเธอได้ยินเรื่องนี้ก็ขอเลิกกับเขาทันที
แต่ทุกครั้งที่นึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอก็ทั้งไม่ยินยอมและอาลัยอาวรณ์ จึงคิดจะมาหาเขาอีกครั้งก่อนแต่งงาน...
เธอมองท่าทางลังเลของลู่เสวียนแล้วถอนหายใจ “ผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่น้ารองแนะนำให้ นอกจากจะให้สินสอดฉันสองแสนหยวนแล้ว โฉนดบ้านยังจะใส่ชื่อฉันด้วย ถ้าเทียบกับเขาแล้วคุณ...ช่างเถอะ ขี้เกียจพูดกับคุณแล้ว!”
แม้ลู่เสวียนจะถูกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่อยากยอมแพ้ “แถบเขาตู้เอ้อกำลังจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ถ้ามีการเวนคืนที่ดิน ครอบครัวผมก็จะได้เงินอย่างน้อยหลายแสนหยวน ถึงตอนนั้น...”
“นั่นมันข่าวลือเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้ว คุณคิดจะหลอกฉันไปถึงเมื่อไหร่!”
“ผมไม่มีทางได้เงินเดือนแค่สองพันหยวนไปตลอดชีวิต รอให้ถึงวันหน้า...”
“เลิกวาดวิมานในอากาศให้ฉันได้แล้ว คนโง่แบบคุณ เดือนหนึ่งให้เงินเดือนสองพันยังถือว่ามากไปด้วยซ้ำ! วันนั้นมีชายชราคนหนึ่งมาหาหมอ เขาบอกว่าร่างกายอ่อนแอ แต่คุณกลับยืนกรานว่าเขาไม่ได้ป่วยแล้วไล่กลับไป ถ้าเป็นหมอคนอื่น อย่างน้อยก็คงให้เขาให้น้ำเกลือเป็นอาทิตย์ หรือไม่ก็ขายอาหารเสริมให้หลายร้อยหยวน! ทำงานแบบคุณ คลินิกของพี่หลานคงเจ๊งเข้าสักวัน!”
“เขาอายุแปดสิบแล้ว ร่างกายอ่อนแอก็เป็นเรื่องปกติ ผมจะจ่ายยาบำรุงให้เขาทั้งที่ไม่ได้ป่วยจริงไม่ได้หรอก หมอมีเมตตา ผม...”
“มีแต่คุณนั่นแหละที่มีคุณธรรม แต่คุณธรรมซื้อรถซื้อบ้านหรือหาเงินสินสอดได้ไหม? ถ้ายังเป็นแบบนี้ ต่อไปข้าวก็จะไม่มีจะกิน ยังจะคิดเรื่องผู้หญิงอีก!”
สวี่โหรวด่าอย่างเจ็บแสบ แต่มือที่กำลังถอดเสื้อสายเดี่ยวกลับไม่หยุดเลย
“ค้อนเหล็กลู่! ฉันมอบช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตให้คุณ แต่คุณยังตระหนี่แม้กระทั่งเงินซื้อชานมให้ฉัน! คุณอ่อนโยนกับคนอื่น แล้วทำไมถึงใจร้ายกับฉันนัก ทรมานฉันแทบตาย!”
ลู่เสวียนพูดไม่ออก ตั้งแต่เด็กพ่อก็จับเขาแช่อยู่ในหม้อยา จนร่างกายของเขาแตกต่างจากคนทั่วไป...
“ฉันนอนกับคุณฟรีมาตั้งปี คุณคิดว่าฉันพิศวาสคุณหรือไง? ฉันก็แค่อยากหาสามีรวย ๆ มาเลี้ยงดู แต่ดูคุณสิ...ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว รีบเข้ามาสิ!”
สวี่โหรวโยนเสื้อสายเดี่ยวไปด้านข้าง กระโปรงพลีตเลื่อนลงตามแนวเอวจนถึงข้อเท้า แสงไฟสลัวอบอุ่นทอดผ่านส่วนเว้าส่วนโค้ง เกิดเป็นเงาสลับเข้มจาง อากาศโดยรอบอบอวลด้วยบรรยากาศอ่อนหวานคลุมเครือ จนหัวใจคนมองสั่นไหว
ในแววตาของลู่เสวียนมีทั้งความชื่นชมและความอัปยศ เขาพูดเสียงสะอื้น “คุณคิดว่าผมอยู่กับคุณเพราะเรื่องนี้อย่างเดียวหรือไง? คุณเห็นผมเป็นคนแบบไหน! ระหว่างเราสองคนไม่มีความรู้สึกอย่างอื่นเลยหรือ?”
“คุณ...”
สวี่โหรวมีสีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อย
“ตลอดปีที่ผ่านมา คุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อนบ่อยกว่าผมอีกไม่ใช่หรือไง? ยังจะมีอะไรให้บ่นอีก! ถ้าผมไม่มีความสามารถแบบนี้ คุณคงเลิกกับผมไปนานแล้ว!”
สวี่โหรวถูกเขาพูดแทงใจดำ จึงโมโหจนคุมตัวเองไม่อยู่ “ไอ้บ้า ถ้าไม่เอาก็ช่าง ฉันไม่ได้ขาดผู้ชายสักหน่อย!”
เธอก้มลงไปเก็บเสื้อสายเดี่ยวบนเตียง แผ่นหลังโค้งเป็นเส้นอ่อนโยน
ลู่เสวียนมองภาพนั้น ความรู้สึกหวั่นไหวพลุ่งพล่านอยู่ในใจ ก่อนจะพุ่งเข้าไปกดเธอลงด้วยความโกรธ
“โธ่เว้ย! ทั้งหมดนี่คุณบังคับผมเอง!”
“คุณบ้าไปแล้วหรือไง!”
สวี่โหรวคุกเข่าอยู่บนเตียง พูดอย่างโมโหจนแทบคลั่ง “ก็ใครใช้ให้คุณไม่มีเงินล่ะ...”
ทั้งคู่ไม่มีใครสังเกตเห็นรูแคบ ๆ บนผนังข้างเตียง ซึ่งมีดวงตาสีดำขลับคู่หนึ่งแอบมองออกมา
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ทุกอย่างจึงกลับสู่ความสงบ...
ความภาคภูมิใจผุดขึ้นในใจลู่เสวียน บางทีเธออาจพูดถูก เขาคงเก่งอยู่แค่เรื่องนี้จริง ๆ!
ดวงตาของสวี่โหรวว่างเปล่า แววตาฉายความอาลัยอาวรณ์
เธอเคยรักลู่เสวียนจริง ๆ แต่เมื่อความเร่าร้อนจางหาย เธอก็ต้องยอมรับความจริง ต่อให้ลู่เสวียนเป็นชายหนุ่มแกร่งที่สุดในใต้หล้า เขาก็ยังเป็นคนจน ถ้าผู้ชายไม่มีเงิน ความสามารถอย่างอื่น...จะมีประโยชน์อะไร!
สวี่โหรวออกแรงหันหน้าไปทางลู่เสวียน ความขัดแย้งในใจฉายชัดบนใบหน้า
เธอรู้ดีว่าหลังจากนี้คงหาใครที่เข้ากันได้ดีขนาดนี้ยากแล้ว!
ลู่เสวียนโอบเธอไว้ มองแววตาชวนหลงใหลและสัมผัสจังหวะหัวใจของเธอ ความอาลัยอาวรณ์นับพันสายพลิ้วไหวอยู่ในใจ
เรื่องราวในอดีตของทั้งคู่ผุดขึ้นในห้วงความคิดของลู่เสวียน เขาหวนคิดถึงช่วงเวลาแสนสุขเหล่านั้น แววตาก็ยิ่งอ่อนโยนขึ้น!
เขาตื่นเต้นจนโผเข้าไปกอดเธอแน่น “เสี่ยวโหรว เราอย่าแยกจากกันเลย! ผมรู้ว่าคุณขาดผมไม่ได้ ผมสาบานว่าต่อไปจะดีกับคุณให้มาก คุณก็รู้ว่าผมมีความสามารถ ให้เวลาผมอีกหน่อย ผมต้องหาเงินได้แน่...”
