วันวางจำหน่ายของ“จดหมายฤดูใบไม้ผลิ”ถูกกำหนดไว้ในวันที่ยี่สิบสองเมษายน
ในวันวางจำหน่าย หลินอันอันแต่งตัวเป็นทางการตั้งแต่หัวจรดเท้า
เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จออกมา สายตาของฉู่หมิงโจวราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูด จับจ้องอยู่ที่เธอเป็นเวลานาน
หญิงสาวตรงหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตงดงามกำลังดี คิ้วราวขุนเขาในระยะไกล ริมฝีปากดั่งผลเชอร์รี ดวงตาใสดั่งธารน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ยิ่งขับให้ใบหน้างามเปล่งประกายน่ามองยิ่งขึ้น
ผมที่เกล้าขึ้นครึ่งหนึ่งดูอ่อนโยนแต่ก็แลดูคล่องแคล่ว สวมชุดเดรสใหม่กับเสื้อถักนิตติ้ง เข้ากันอย่างลงตัว ชายกระโปรงพลิ้วไหวตามจังหวะการเดิน เผยให้เห็นทรวดทรงที่งามสง่า
“ไปกันได้แล้ว ยืนเหม่ออะไรอยู่” หลินอันอันเห็นเขายืนเหม่อก็ยื่นหน้าเล็กๆ เข้าไปใกล้ กระพริบตา
ฉู่หมิงโจวยังคงจับจ้องที่เธอ ยื่นมือมาช่วยเกลี่ยเส้นผมข้างหูให้เธออย่างอ่อนโยน แผ่วเบาจนแทบละลายเป็นน้ำ “ไปกันเถอะ”
แววตาของเขาเร่าร้อนเกินไป จนแก้มของหลินอันอันขึ้นสีแดงระเรื่อ มุมปากยกยิ้มหวาน “วันนี้เป็นวันสำคัญที่“จดหมายฤดูใบไม้ผลิ”วางจำหน่าย ฉันต้องไปดูให้ได้ และยังจะซื้อให้เสี่ยวหลานอีกหนึ่งเล่มด้วย”
“ของฉันล่ะ”
“หืม นายอยากได้เหรอ”
ฉู่หมิงโจวพยักหน้ายิ้มๆ “อื้ม ของเธอฉันเอาหมด” เขาจูงมือหลินอันอัน บีบเบาๆ
ทั้งสองออกไปด้วยกันหัวเราะพูดคุย แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา ราวกับชุบประกายสีทองให้พวกเขา
ระหว่างทาง หลินอันอันมองออกไปนอกหน้าต่างรถบ้าง มองดูทิวทัศน์ที่คึกคักข้างทาง ความคิดค่อยๆ ล่องลอยออกไป
“จดหมายฤดูใบไม้ผลิ”เล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่เจ้าของร่างเดิมเขียนขึ้น ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจมากที่สุด และยังมีความรู้สึกละเอียดอ่อนที่ซ่อนอยู่ในหนังสือ
