ตอนนั้น สหายชายคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยปากว่า “สหายหู พวกเราทุกคนต่างทุ่มเทให้กับภารกิจ สหายหลินก็เช่นกัน ถึงร่างกายจะไม่สบาย แต่ก็ไม่เคยละเลยงานเลย พวกเรามาทำความเข้าใจกันหน่อยดีกว่า อย่าให้เรื่องเล็กน้อยแบบนี้มาทำลายความสามัคคีเลย”
สมาชิกคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย เสียงเซ็งแซ่ว่าหูหลีทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไป
หูหลีอัดอั้นอยู่ในใจจนแทบทนไม่ไหว กวาดตามองทุกคนอย่างเกรี้ยวกราด แล้วลุกเดินออกไปทันที
เมื่อเธอจากไป พวกที่ติดตามเธอก็ลุกตามออกไปด้วย ถึงกับละทิ้งงานในมือไม่เหลียวแล...
มองดูแผ่นหลังของหูหลีและพวกที่เดินจากไป ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บรรยากาศกระอักกระอ่วนและตึงเครียด
จังหวะนั้น นายพันจ้าวเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้น?”
ไป๋ซิ่วฟางจึงเล่าสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
ฟังจบนายพันจ้าวมองหลินอันอันอย่างลึกซึ้ง “ในช่วงเวลาสำคัญอย่างนี้ พวกเราควรจะสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันทำภารกิจให้สำเร็จ ไม่ใช่มาแตกแยกเพราะเรื่องจุกจิกพวกนี้
การที่หูหลีกับพวกหนีงานโดยพลการ เป็นการละเมิดวินัยอย่างร้ายแรง ฉันจะไปจัดการเอง”
หลินอันอันรู้สึกผิดในใจ แต่ไม่ใช่ต่อหูหลี หากผิดต่อทุกคนที่ร่วมงานกัน
“นายพันจ้าวคะ หนูเป็นคนผิดเอง ไอของหนูไปกระทบอารมณ์การทำงานของทุกคน จนนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างนี้”
นายพันจ้าวโบกมือ “นั่นไม่ใช่ความผิดของหล่อนเลย การที่หล่อนร่างกายไม่สบายแต่ยังยืนหยัดทำงาน จิตวิญญาณเช่นนี้น่ายกย่อง หูหลีกับพวกในฐานะที่เป็นทหาร ควรรู้จักเห็นแก่ส่วนรวมให้มากกว่านี้ จะเอาอารมณ์ชั่ววูบไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้”
