หลินอันอันยืนยันอีกหลายครั้ง จนได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากพ่อและแม่หลิน ถึงได้วางใจ
“อันอัน ต้อง...มีความสุขนะ”
แม่หลินพูดไปพลางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มีบางอย่างที่อยากพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด ทำให้หลินอันอันขมวดคิ้วเล็กน้อย “ค่ะแม่ หนูมีความสุขมาก”
แม่หลินกลัวเธอจะจับพิรุธได้ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “จริงสิอันอัน มีอีกสองเรื่องที่ต้องบอกลูก”
“แม่ว่ามาสิคะ”
หลินอันอันถือหูโทรศัพท์อย่างสบายอารมณ์ เมื่อได้ยินเสียงพ่อกับแม่ ก็รู้สึกเบิกบานใจ เมื่อรู้ว่าพวกท่านสบายดี หัวใจทั้งดวงก็เต็มไปด้วยความมั่นคง
“อันอัน หลินวั่งซู...เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา! ยายใหญ่ของลูกก็อยู่หมู่บ้านเดียวกับเธอ ตอนตรุษจีนแม่เลยถามเพิ่มอีกสองสามคำ แต่เรื่องที่สืบมาได้...ไม่เหมือนกับที่เธอเล่าไว้เลย”
หลินวั่งซู?
หลินอันอันเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังทันที “แม่ เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“ความคิดเรื่องรับเหมาป่าเขา ตอนแรกก็เป็นเธอเสนอมา ตอนที่แม่กลับมา ก็บอกพ่อลูกแล้ว พ่อลูกบอกว่าเรื่องนี้ดีมาก หลังปีใหม่พ่อจะลองเสนอในที่ประชุมหมู่บ้านดู ถ้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเสริมของหมู่บ้านเราได้ ก็ถือเป็นเรื่องดีเรื่องใหญ่”
หลินอันอันส่งเสียงอืมเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้แม่เล่าต่อ
“หลินวั่งซูชื่อเดิมคือหลินซู ตอนแรกพ่อลูกก็เลยสืบไม่เจอคนชื่อหลินวั่งซู ช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงพ่อลูกก็ยุ่ง ก็เลยไม่ได้ใส่ใจ เด็กคนนี้ก็เป็นญาติห่าง ๆ กับครอบครัวเราจริง ๆ นับเป็นญาติสาขา แต่เธอมีกลิ่นอายชั่วร้ายมาก......”
หลินอันอันฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
เพราะสีหน้าเธอเคร่งขรึมเกินไป แม้แต่หลินจื่อหวยก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง รีบยื่นศีรษะมาฟังใกล้ ๆ ลำโพง
