หลินอันอันเก็บข้าวของเสร็จแล้ว นั่งอยู่ริมเตียงอิฐ จิบน้ำอุ่นทีละน้อย
“เรื่องวันนี้ก็เตือนเราดีเหมือนกัน ต่อไปต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินและสุขภาพของคนในครอบครัวมากขึ้น เรื่องถ่ายพยาธิเป็นประจำอะไรพวกนี้ห้ามละเลยเด็ดขาด”
“อืม”
หลินอันอันรู้สึกว่า ฉู่หมิงโจวใส่ใจเรื่องของตัวเองจริง ๆ แต่กับน้องชายน้องสาว เขาเลี้ยงแบบปล่อย ๆ หยาบ ๆ
จะว่าเขาเลี้ยงไม่ดีก็ไม่ใช่ อย่างน้อยเรื่องกินเรื่องอยู่ก็ดีกว่าชาวบ้านทั่วไป เขาก็ยอมจ่ายเงินให้เด็กสองคนนี้
แต่จะว่าเขาเลี้ยงดีก็ไม่เชิง ถึงขั้นที่ฉู่หมิงหลานถูกรังแกอยู่เป็นประจำเขาก็ไม่รู้ตัวเลย เรื่องถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีนอะไรนั่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
พอฉู่หมิงโจวนอนลงบนเตียงอิฐ หลินอันอันก็รู้สึกสงสารเขาขึ้นมาจับใจ วางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะเตี้ยบนเตียงอิฐ แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้ ซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดเขา
ว่าไปแล้ว เขาก็ลำบากไม่น้อยเหมือนกัน ตอนที่สูญเสียพ่อแม่ไป ตัวเขาเองก็ยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่เลย หลายปีมานี้ทำหน้าที่ทั้งพ่อทั้งแม่...
ฉู่หมิงโจวสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของหลินอันอัน จึงรัดแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว กอดเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ปลายคางวางเบา ๆ บนศีรษะเธอ ถามเสียงเบาว่า “เป็นอะไรไป กังวลเรื่องอวี่เกอร์อยู่หรือเปล่า เขาดีขึ้นเยอะแล้วนะ”
หลินอันอันซุกหน้าลงในอ้อมอกเขา พูดเสียงอู้อี้ว่า “ฉันไม่ได้กังวลเรื่องเสี่ยวอวี่ อยู่ ๆ ก็รู้สึกสงสารเธอน่ะ หลายปีมานี้เธอต้องลำบากแค่ไหนกัน...”
พูดพลาง เธอเงยหน้าขึ้น มองฉู่หมิงโจวด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูสงสาร
