พ่อหลินตัวสูงใหญ่ แถมเป็นชาวไร่ชาวนาโดยแท้ อย่างอื่นไม่มี แต่พละกำลังนั้นมหาศาล
พ่อเฉินก็สูงเมตรเจ็ดต้น ๆ อยู่ในมือเขาเหมือนจับลูกเจี๊ยบ
“โอ๊ย~”
“นี่ ครอบครัวพวกคุณเป็นอะไรกัน จะรังแกคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง คิดจะช่วยโรงพยาบาลบิดพลิ้วหรือไง นี่มันเรื่องเป็นเรื่องตายนะ”
ชิวเสวี่ยเจินเห็นพ่อแม่สามีเสียเปรียบ ก็รีบเอ่ยขึ้น
แต่ปากพูดอยู่ เท้ากลับถอยกรูด กลัวจะโดนลูกหลง
เฉินเหลยหน้าตึงแล้ว กำลังจะเดินเข้าไป แต่ถูกชิวเสวี่ยเจินดึงชายเสื้อไว้
“อาเสี่ยว ฉันกลัว...”
เฉินเหลยชะงักฝีเท้า แล้วยืนขวางหน้าเธอ “อย่ากลัว ผมจะไม่ให้ใครมาทำร้ายคุณ”
ฉือซานเม่ยมองใบหน้าบิดเบี้ยวของแม่เฉิน แล้วมองแววตาเปี่ยมกังวลของเฉินเหลย ความอาลัยอาวรณ์สุดท้ายในใจก็ดับวูบลง
เธอพยุงตัวลุกนั่ง มองตรงไปที่แม่เฉิน “ลูกหายไป ก็เพราะพวกคุณรู้ว่าฉันไม่สบาย แต่กลับไม่ยอมให้ฉันมาโรงพยาบาล มดลูกถูกตัด ก็เพราะพวกคุณถ่วงเวลารักษา ทำร้ายฉัน
แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามาก่อกวนโรงพยาบาลอีก พวกคุณยังมีหัวใจอยู่ไหม ครอบครัวใจดำอำมหิตแบบนี้ พวกคุณต้องได้รับกรรมแน่”
“แกนี่อัปมงคล บ้านเราดูแลแกอย่างดี กินดีอยู่ดี เกือบจะยกขึ้นหิ้งบูชาแล้ว ส่วนแกเล่า ทั้งวันขี้หึง ใส่ร้ายป้ายสี จนหลานชายของฉันหายไป แกนี่มันตัวซวย”
แม่เฉินถลาเข้ามาจะตบฉือซานเม่ย แต่แม่หลินขวางไว้
“มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด นังหนูนี่เพิ่งผ่าตัด จะลงไม้ลงมือไม่ได้นะ”
