คณะศิลปินทยอยยุบไปนานแล้ว
หลังจากคณะศิลปินยุบตัวลง หลินจื่อหวยยังคงเดินตามเส้นทางของตัวเอง ก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงระดับชาติ นักดนตรี และนักแต่งเพลง ก่อนจะดำรงตำแหน่งอธิการบดีวิทยาลัยศิลปะกองบัญชาการทหารแห่งหัวกั๋วในปัจจุบัน ชื่อเสียงและอิทธิพลของเขาไม่ธรรมดาเลย
ตู้เจวียนเองก็กลายเป็นผู้กำกับแถวหน้าของหัวกั๋ว พาทีมงานมืออาชีพสร้างผลงานภาพยนตร์และละครระดับชาติมากมาย ใช้เลนส์กล้องนำเสนอวัฒนธรรมและภาพลักษณ์แห่งยุคสมัย ผลงานของเธอทั้งลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยศิลปะ ส่งอิทธิพลไปอย่างกว้างขวาง
สองสามีภรรยานี้เรียกได้ว่าอุทิศทั้งชีวิตให้กับวงการศิลปะ
ยึดมั่นในปณิธานเดิม ส่องแสงสว่างบนเส้นทางศิลปะ
“หลังจากสัมภาษณ์คราวนี้ ชื่อเสียงของหมู่บ้านเก๋ากี้ต้องโด่งดังกว่านี้แน่ ถึงยังไงก็ทีวีช่องหลักโปรโมททั้งที! คุณยาย หนูเก่งมั้ยคะ? นี่เป็นคอลัมน์อิสระที่หนูเสนอนะ”
แม่หลินยิ้มพลางกอดหลานสาวที่แสนดี “เขาว่าหลานชายมักเหมือนลุง แกนี่ทั้งหน้าตายังกับป้าสะใภ้ของแก แถมนิสัยก็เหมือนไม่ผิดเพี้ยน อะไรหน่อยก็ชอบอวด ดีหน่อยก็เก็บไว้ไม่อยู่”
“เหมือนป้าสะใภ้ของหนูดีแล้วนี่คะ ป้าสะใภ้ของหนูคือไอดอลของหนูนะคะ”
“จ้ะ ๆ ก็แกละปากหวานนี่แหละ ถึงว่าทำไมป้าสะใภ้ถึงคิดถึงแกทุกวัน”
ยายกับหลานคุยกันอีกนาน
พอหลินอี้หวี่ไปพักผ่อนแล้ว แม่หลินนั่งอยู่คนเดียวในสวน มองดวงจันทร์สว่างเหนือศีรษะอย่างเงียบ ๆ
รำลึกถึงความหลัง...
ในใจของแม่หลินมีความลับที่ลึกซึ้งมาก
