แต่คนขับรถบรรทุกอะไรนั่น ก็เป็นเรื่องเมื่อชาติก่อนของโทบี้แล้ว
หลังจากที่เขาถูกพ่อลูกคู่เวรนั่นแกล้งชนเพื่อรีดค่าเสียหายในชีวิตที่แล้ว สิ่งแรกที่เขาคิดเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็คือ เขาจะไม่มีทางเป็นคนดีที่มองไปข้างหน้าอีกต่อไป เพราะคนดีอาจกลับไม่มีจุดจบที่ดีในตอนท้าย!
เขาจะเป็นคนเลว คนเลวที่มองแต่เงิน!
เงินอาจแก้ทุกปัญหาไม่ได้ แต่มันแก้ปัญหาได้ 99%!
เช่นปัญหาฐานะการเงินของครอบครัวเขาในชาตินี้
โทบี้ล้วงเช็ค 'ค่าขนม' ที่วิลสัน ฟิสก์ให้มาจากอกเสื้อ ยื่นให้เบน ปาร์คเกอร์
"เดือนนี้ฉันทำโปรเจกต์ที่ตึกวิลสัน ฟิสก์เสร็จน่ะ คุณวิลสัน ฟิสก์ให้โบนัสแสนเหรียญมา รีบเอาไปเปลี่ยนเจ้ารถเก่าแก่ของคุณซะ"
ที่จู่ ๆ โทบี้ก็เอาเงินก้อนโตขนาดนี้ออกมา เบน ปาร์คเกอร์กลับไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจเท่าไหร่
ก็เพราะโทบี้ไม่ใช่แค่เกิดมามีพละกำลังเหนือธรรมชาติตั้งแต่เด็ก แต่ยังเป็นอัจฉริยะแต่กำเนิดอีกด้วย
ไม่เพียงแต่รักษาผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนได้อย่างมั่นคงตั้งแต่ชั้นประถม แต่ยังโดดเรียนเรื่อยมา จนกระทั่งอายุ 18 ก็จบจาก MIT ก่อนกำหนด!
นั่นก็แค่ช้ากว่าโทนี่ สตาร์คที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งจบจาก MIT ด้วยอายุ 17 เพียงปีเดียว
และด้วยการแสดงออกถึงความเป็นอัจฉริยะอย่างไม่ต่ำต้อยของโทบี้ พอจบก่อนกำหนดก็ย่อมมีองค์กรใหญ่ ๆ มาติดต่อเขามากมาย
เช่นออสคอร์ปที่ฆ่าพ่อแม่ของปีเตอร์ หรือสตาร์ค อินดัสทรีส์ของโทนี่ สตาร์ค บริษัทระดับสุดยอดพวกนี้ต่างก็ส่งคนมาติดต่อโทบี้
แต่สุดท้ายโทบี้ก็ไม่เลือกสักแห่ง แต่เข้าไปทำงานที่ตึกวิลสัน ฟิสก์ซึ่งติดอันดับต้น ๆ แถวหน้าเหมือนกันในนิวยอร์ก นับจนถึงตอนนี้ก็สองปีครึ่งแล้ว กลายเป็นเด็กฝึกงานที่เจนจบแล้ว
ส่วนสาเหตุที่เลือกฟิสก์กรุ๊ป น่าจะไม่ต้องพูดกันมากแล้ว
เขาก็แค่ฝากชื่อไว้ในฟิสก์กรุ๊ปของวิลสัน ฟิสก์เท่านั้น จริง ๆ แล้วไม่เคยไปทำงานแม้แต่วันเดียว!
และวิลสัน ฟิสก์ไม่ใช่แค่จ่ายเงินเดือนให้เขา แต่ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนภารกิจให้เขาอีก
มีงานอิสระขนาดนี้ แล้วเขาจะไปเป็นควายงานให้บริษัทอื่นทำไม?
จะให้เขาเป็นพวกคลั่งงานอย่างสไปเดอร์แมนหรือซูเปอร์แมนรึไง?
สรุปคือ ในสายตาของเบน ปาร์คเกอร์ผู้เป็นพ่อ ลูกชายของตัวเองเป็นอัจฉริยะขนาดนี้ ทำโปรเจกต์ในบริษัทเสร็จ แล้วหัวหน้าจะให้โบนัสก้อนโตเป็นรางวัล นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติรึไง?
และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่โทบี้เอาเงินมาให้ที่บ้าน
ตั้งแต่โทบี้เข้าทำงานที่ฟิสก์กรุ๊ปแล้ว นอกจาก 'เงินเดือน' แต่ละเดือนที่เอามาให้ที่บ้านเป็นค่าครองชีพครอบครัวห้าหมื่นเหรียญตามที่กำหนดแล้ว....
บางครั้งก็จะเหมือนตอนนี้ จู่ ๆ ก็เอาเงินโบนัสโปรเจกต์มาให้ที่บ้าน
เพราะงั้นเบน ปาร์คเกอร์ก็ไม่อิดเอื้อนอะไร รับเช็คที่โทบี้ยื่นต่อมาอย่างไม่เกรงใจ
แต่เขากลับไม่ได้คิดจะเอาเงินนี่ไปซื้อรถใหม่ตามที่โทบี้พูดจริง ๆ หรอกนะ กลับหัวเราะแล้วว่า
"ตามกฎเก่า พ่อเก็บไว้ให้เอง รอให้เอ็งแต่งมีลูกแล้วค่อยใช้ ส่วนรถของพ่อน่ะ ไม่ต้องมาห่วง ข้าไม่ยอมเปลี่ยนคู่หูเก่าแก่ของข้าหรอก!"
โทบี้มุมปากกระตุกนิด ๆ "ฉันก็บอกแล้วไง? อย่าเป็นห่วงอนาคตของฉัน เงินเก็บส่วนตัวของฉันมันหนาอยู่แล้ว......."
แหงล่ะสิ
หลายปีมานี้งานที่เขาทำในโลกใต้ดิน แม้ไม่ใช่ทุกภารกิจจะเหมือนครั้งนี้ที่จัดการบางแก๊งแล้วได้ค่าตอบแทนมหาศาลถึงสิบล้านเหรียญ แต่เงินฝากก็ทะลุร้อยล้านไปแล้ว
ถึงตอนนี้เขาจะรีไทร์ก่อนกำหนด เอาเงินก้อนนี้ ตราบใดที่ไม่ยุ่งกับพนันหรือยาเสพติด ก็พอให้เขาใช้ชีวิตสุขสบายไปทั้งชีวิตแล้ว
ตอนนั้นเอง เมย์ที่ยกจานคุกกี้มาถึงก็เคาะหัวโทบี้ทีหนึ่ง พลางอบรมว่า "โทบี้ เอ็งพูดแบบนี้ไม่ถูก!"
"พวกคนหนุ่มอย่างเอ็งทุกวันนี้ใช้เงินมือเติบกันจนเคย จะไปรู้ได้ไงว่าแต่งเมียมีลูกซื้อบ้านซื้อรถต้องใช้เงินตั้งเท่าไหร่ พวกเราที่เก็บไว้ให้เอ็งตอนนี้ ก็เพื่อให้เอ็งสบายขึ้นในอนาคตนั่นแหละ!"
โทบี้กุมขมับอย่างจนปัญญา พ่อกับแม่ของตัวเองนี่นะ ดีหมดทุกอย่าง เป็นคนดี แล้วก็ไม่คร่ำครึ ตั้งแต่เล็กชอบอะไรต่างก็สนับสนุนตัวเอง
แต่ก็เหมือนกับพ่อแม่ชาวเซี่ยจำนวนนับไม่ถ้วน ไม่รู้จักยอมเพื่อตัวเองตลอดกาล คิดถึงแต่ลูกชายของตัวเองเสมอ
ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เงินที่เขาเอามาให้ที่บ้านต่อเดือนก็เพียงพอให้เบนกับเมย์ไม่ต้องตรากตรำทำงานอีกต่อไป ได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณสบาย ๆ ก่อนกำหนดแล้ว
แต่ทั้งสองก็ยังคงทำงานที่ได้เงินไม่เท่าเศษเงินที่เขาส่งให้ที่บ้านอยู่อย่างนั้น ไม่เคยใช้เงินที่โทบี้ส่งมาแม้แต่สตางค์เดียว เก็บไว้ให้เขาทั้งหมด............
ช่างเถอะ ยี่สิบปีมานี้โทบี้ก็ชินกับนิสัยซื่อ ๆ อย่างนี้ของพ่อแม่ตัวเองแล้ว
อย่าให้ลุงเบนต้องตัดสินใจเองเลย พรุ่งนี้ตัวเองไปถอยรถให้สักคันก็จบ
เรื่องฟันธงก่อนรายงานทีหลัง สองปีที่ผ่านมานี่เขาทำไม่น้อยเลย นี่ก็คือเหตุผลที่แม่เมย์ของตัวเองบอกว่าเขาใช้เงินมือเติบจนเคย
ในบ้านหลังนี้ นอกจากตัวบ้านที่เบนกับเมย์สู้สร้างกันมาแล้ว แทบจะเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่าง โทบี้ก็ทยอยเปลี่ยนเป็นของระดับสุดยอดหมดแล้ว
หลังจากตอบส่ง ๆ พ่อกับแม่ที่ยังพร่ำบ่นใส่เขาอยู่ โทบี้ก็ล้วงเอาซองกระดาษหนังหนึ่งออกจากอกเสื้ออีกครั้ง วางใส่มือปีเตอร์
หัวเราะว่า "เอาไป ค่าขนมเดือนนี้ไงล่ะ~"
ปีเตอร์ที่กำลังมองภาพครอบครัวโทบี้กลมเกลียวกันด้วยความอิจฉาอยู่นั้น หน้าแดงขึ้นมา เกาหัวอย่างเขิน ๆ พลางว่า
"ลูกพี่ เมื่อเดือนก่อนค่าขนมที่ให้ผม ผมยังใช้ไม่หมดเลย เดือนนี้ไม่ต้องให้ก็ได้มั้ง แล้วผมก็โตแล้ว ผมหาเงินพิเศษเองได้........"
โทบี้ยังไม่ทันพูดอะไร เมย์กลับชิงยัดซองใส่กระเป๋าปีเตอร์ก่อน แล้วเริ่มอบรมปีเตอร์อีก
"ลูกพี่เขาให้ เอ็งก็รีบรับไป ปีนี้เอ็งจบก็เข้ามหาลัยแล้ว ต้องเก็บความคิดไว้กับการเรียน จะไปทำงานพิเศษอะไร ไม่อนุญาต!"
เบนก็ช่วยพูดเสริมอยู่ข้าง ๆ "ใช่แล้ว ปีเตอร์ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาหาเงินนะ แต่เป็นเวลาที่ต้องใช้เงิน!"
"แล้วข้าก็ยังจำได้ เอ็งชอบลูกสาวของหมอฟิลลิป วัตสันที่อยู่ข้างบ้านใช่ไหม แมรี่ เจน วัตสันน่ะ?"
"เดี๋ยวนี้จีบหญิงถ้าไม่มีเงินติดมือสักหน่อยไม่ได้นะ เพราะงั้นลูกพี่เขาให้ เอ็งก็รับไปเถอะ!"
พอถูกเมย์กับเบนพูดอย่างนี้ โดยเฉพาะเมื่อลุงเบนรู้ความลับที่เขาชอบแมรี่เจนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตัวตนก่อนจะเป็นสไปเดอร์แมนของปีเตอร์ที่เดิมก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ตอนนี้แทบจะอายจนเอาใบหน้าซบทรวงอก
ส่วนโทบี้ที่ได้ยินชื่อแมรี่ เจน กลับชะงักไป มองเบนอย่างสงสัย "แมรี่เจน? ข้างบ้านเราไม่ใช่คู่วอร์เรนหรอกรึ?"
เบนส่ายหน้ายิ้ม ๆ "ช่วงนี้เอ็งเอาแต่โปรเจกต์บริษัท ออกเช้ากลับค่ำคงไม่รู้ คู่วอร์เรนกับลูกสาวย้ายไปคอนเนตทิคัตปลายเดือนที่แล้วแล้ว ที่ข้างบ้านย้ายมาใหม่คือครอบครัววัตสัน!"
"แล้วเจ้าปีเตอร์ของเราก็ตกหลุมรักสาวใหญ่บ้านวัตสันตั้งแต่แรกเห็นเลยล่ะ!"
โทบี้ฟังแล้วก็พยักหน้าเข้าใจ
ดูท่าต่อให้เป็นในจักรวาลนี้ ปีเตอร์ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอกับแมรี่ เจน คู่หมัดที่ลิขิตไว้ของเขา........
โทบี้มองปีเตอร์ที่หน้าแดงจนเหมือนก้นลิงแล้ว รับจานคุกกี้จากมือเมย์ ตบบ่าปีเตอร์
"ไป ปีเตอร์ ขึ้นไปตีเกมบนห้องกับฉันสักหน่อย ผ่อนคลายหน่อย"
"ได้เลย! งั้นผมช่วยเอาคุกกี้ขึ้นไปก่อนนะ!" ปีเตอร์ที่อยากเผ่นจากสถานการณ์นี้อยู่นานแล้ว พอเห็นโทบี้ให้บันไดลง ก็รีบฉวยโอกาสลงทันที
แย่งจานคุกกี้มา แล้วก็เหมือนแมงมุมที่ก้นถูกจุดไฟ เผ่นปรู๊ดขึ้นชั้นบน
โทบี้ส่ายหัวอย่างจนใจให้กับสองผู้เฒ่าที่ชอบแกล้งปีเตอร์เล่น ก่อนจะตามขึ้นชั้นบนไป
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในจักรวาลนี้มีเขาอยู่ด้วยหรือเปล่า เบนกับเมย์ในจักรวาลนี้ แม้นิสัยจะใจดีเหมือนในหนัง แต่กลับเจือด้วยโทนสีสนุกร่าเริงเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน และลดทอนโทนสีแห่งความเศร้าที่ยากจะจางหายไปเสียหน่อย
