เมื่อเผชิญหน้ากับการซักถามของซูเฮ่อหยง อีแร้งดำก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร
“คุณชายซู ทางเรามีอาวุธปริศนาชุดหนึ่งที่ต้องขนออกนอกเมือง ได้โปรดช่วยเหลือด้วย”
“โอ้? อาวุธปริศนาชุดหนึ่ง?” ซูเฮ่อหยงจิบเหล้าเบา ๆ “การตรวจตราตอนออกเมืองก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรนัก พวกเจ้ากล้า ๆ ขนกันไปเลยสิ”
“ฮ่า ๆ ข้ารู้ว่าขนออกไปตรง ๆ ก็อาจจะสำเร็จได้ แต่ของที่พวกเราขนคราวนี้ไม่ใช่สินค้าธรรมดา กลัวก็แต่เรื่องเผลอไผลนั่นแหละ”
“อีกอย่าง อาวุธปริศนาชุดนี้มีเบื้องหลังพัวพันไม่น้อยเลย หากเกิดอะไรขึ้น...”
พูดถึงตรงนี้ อีแร้งดำก็เงยหน้ามองซูเฮ่อหยง
เนื้อที่ซูเฮ่อหยงคีบออกมาจากชามหลุดร่วงลงพื้นกะทันหัน ตะเกียบถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
ปัง!
“อีแร้งดำ นี่คือท่าทีที่เจ้าจะมาขอความช่วยเหลืองั้นหรือ?”
อีแร้งดำโบกมือหัวเราะ “ฮ่า ๆ ล้อเล่นน่า คุณชายซู”
“เมื่อครู่ท่านเปลี่ยนน้ำเสียงกะทันหัน ข้ายังคิดว่าท่านลืมความสัมพันธ์หุ้นส่วนของเราไปแล้วเสียอีก เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนกัน ก็ต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเป็นธรรมดา”
“เล่ามาสิ คุณชายซู ทางพวกท่านต้องการอะไร?”
“ข้อแลกเปลี่ยน?” ซูเฮ่อหยงขมวดคิ้ว “ข้าช่วยพวกเจ้าเรื่องหนึ่ง แล้วพวกเจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่ง?”
“ได้อยู่แล้ว คุณชายซู” อีแร้งดำยิ้มตอบ “หากไม่ยากเกินไปนัก ทางนี้จัดการเรื่องของท่านก่อน จากนั้นท่านค่อยช่วยพวกเราขนอาวุธปริศนาชุดนั้นออกไป”
“อาวุธปริศนาชุดนั้น... ถ้าข้าเดาไม่ผิด คงเป็นส่วนหนึ่งที่เคยหลอมไว้ก่อนหน้านี้สินะ?” ซูเฮ่อหยงถามอีกครั้ง ทว่าน้ำเสียงเริ่มอ่อนลงแล้ว
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่ส่วนหนึ่ง แต่เป็นทั้งหมดต่างหากล่ะ”
