“เหตุใดถึงมีเจตจำนงหมัดด้วย? หรือเจตจำนงยุทธ์จะฝึกฝนให้ได้มาง่ายดายถึงเพียงนั้น?”
เรื่องนี้ทำให้ผู้อาวุโสกู่เยวี่ยตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเจตจำนงหมัดหรือเจตจำนงกระบี่ หากเกิดขึ้นกับศิษย์ขั้นพลังชัดแจ้งเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะชั้นยอดแล้ว
แต่ตอนนี้กลับปรากฏขึ้นพร้อมกันถึงสองอย่างหรือ?
“ในนี้เขียนไว้ว่าเจ้ามีฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดา ข้าไม่สนว่าจริงหรือเท็จ ช่วงนี้ให้ศิษย์พี่จินช่านพาเจ้าไปทำความคุ้นเคยกับสำนัก อีกสามวันจะมีการประลองบนเวที เจ้าจงไปสู้กับอัจฉริยะขั้นพลังชัดแจ้งระดับต้นคนหนึ่ง หากชนะก็อยู่ต่อได้”
“หากแพ้...สำนักกระบี่กุยหยวนของข้าไม่เลี้ยงคนไร้ประโยชน์ เข้าใจหรือไม่?”
เฉินสวินประสานมือคารวะเล็กน้อย
“ศิษย์เข้าใจขอรับ”
ก็แค่ต้องการให้เขาแสดงความสามารถเป็นหลักฐานว่าเหมาะสมจะเข้าร่วมสำนักเท่านั้น
เฉินสวินย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี
แต่ดูท่าความสัมพันธ์ระหว่างไป๋อวิ๋นเซิงกับผู้อาวุโสกู่เยวี่ยจะไม่ได้ใกล้ชิดกันนัก
มิฉะนั้น ด้วยจดหมายแนะนำจากไป๋อวิ๋นเซิงและฟางสิงอี ทั้งสองคน เขาคงได้เข้าสำนักโดยตรงแล้ว
ไม่นานเฉินสวินก็ถอยออกมา
จินช่าน หรือศิษย์หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างผู้อาวุโสกู่เยวี่ยเมื่อครู่นี้ เดินตามเฉินสวินออกมาด้วย
“ศิษย์น้อง ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ปากร้ายแต่ใจดี เจ้าอย่าใส่ใจเลย”
“ถึงเจ้าจะแพ้จริง ๆ ผู้อาวุโสก็ยังรับเจ้าเข้าสำนักอยู่ดี”
