ซางจิ้นเหยี่ยนก้มหน้าเปิดรายชื่อ น้ำเสียงเย็นชาไร้ระลอกคลื่นดังขึ้นในห้องเรียนอันเงียบสงบ เขาขานชื่อทีละคน
“จางฉีซิ่ว”
“มาค่ะ”
“ซุนฮ่าวหลิง”
“มาครับ”
“หวังอีเถา”
“มาครับ”
“……”
เมื่อขานถึงชื่อสุดท้าย สายตาของเขาหยุดอยู่บนกระดาษชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงยังคงเดิม เพียงแต่เบากว่าเมื่อครู่เล็กน้อย “กู้เจียวเจียว”
“มาแล้วค่า—”
เสียงหวานใสแผ่วเบาดังมาจากที่นั่งริมหน้าต่าง
ซางจิ้นเหยี่ยนเหลือบมองไปทางนั้น เห็นว่าวันนี้เธอเปลี่ยนสไตล์ มวยผมสีดำขลับเกล้าสูง เผยลำคอขาวผ่องบอบบาง ชุดกี่เพ้าสีฟ้าอ่อนลายดอกไม้แนบรับเรือนร่าง ชายกระโปรงทรงหางปลาทิ้งตัวข้างเรียวขา ทั้งตัวเธอชวนให้นึกถึงภาพวาดหมึกจีนอันละมุนละไม งดงามหวานตาและอ่อนโยน
สายตาของเขาหยุดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะก้มลงขีดเครื่องหมายถูกเบา ๆ หลังชื่อบนกระดาษ
ปลายปากกาที่ถืออยู่แตะกระดาษค้างไว้อีกหนึ่งวินาที แล้วจึงเลื่อนออก
“มากันครบแล้ว ต่อไปเปิดหนังสือเรียนหน้า 47”
ตลอดทั้งคาบ กู้เจียวเจียวเงียบมาก
เธอก้มหน้า ปลายปากกาขีดเขียนบนสมุดจดดังแผ่ว ๆ นาน ๆ ครั้งจึงเงยหน้ามองกระดาน แล้วก้มลงอีกครั้ง
แสงแดดส่องเฉียงเข้ามาจากนอกหน้าต่าง ตกกระทบชุดกี่เพ้าสีฟ้าอ่อนและผ้าคลุมไหล่ของเธอ ขลิบขอบผ้าบางสีชมพูให้เป็นประกายทองละมุน
ซางจิ้นเหยี่ยนนั่งอยู่ตรงที่นั่งผู้ช่วยสอนด้านข้างแท่นบรรยาย ตรงหน้าเปิดหนังสือเฉพาะทางค้างไว้ ดูราวกับกำลังอ่านอย่างตั้งใจ แต่ทุกครั้งที่เวลาผ่านไป สายตาของเขาก็มักเผลอเหลือบไปทางที่นั่งริมหน้าต่าง
